สหภาพยุโรปและออสเตรเลียบรรลุข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการปิดฉากการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 10 ปี ท่ามกลางความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและฟื้นฟูระเบียบโลกที่ยึดตามกฎเกณฑ์ ซึ่งกำลังเผชิญกับการท้าทายจากนโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ นายแอนโทนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และนางเออร์ซูลา ฟอน เดอ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้ร่วมกันประกาศความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว ณ กรุงแคนเบอร์รา ของออสเตรเลียวันนี้ (24 มี.ค.) โดยแถลงการณ์จากคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า หลังจากที่สภายุโรปรับรองร่างเนื้อหาแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะลงนามร่วมกันและนำเข้าสู่กระบวนการให้สัตยาบันโดยรัฐสภาของแต่ละฝ่ายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามในหุ้นส่วนความมั่นคงและการป้องกันประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการวิกฤตและความท้าทายด้านความมั่นคง นายอัลบานีซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงนี้มีความครอบคลุม สมดุล และมีความหมายในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้บริโภคชาวออสเตรเลีย และเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ผลิตของออสเตรเลีย โดยถือเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เพราะช่วยยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงไวน์ อาหารทะเล และพืชสวน ออสเตรเลียและสหภาพยุโรปกำลังพยายามปกป้องเศรษฐกิจของตนจากนโยบายกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมาตรการจำกัดแร่ธาตุสำคัญของจีน โดยนางฟอน เดอ เลเยน ได้กล่าวเปรียบเทียบระหว่างโลกที่มหาอำนาจกำลังใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องต่อรอง และใช้ห่วงโซ่อุปทานเป็นจุดอ่อนในการแสวงหาประโยชน์ กับความพยายามของสหภาพยุโรปในการลดอุปสรรคทางการค้าและสร้างความเชื่อมั่น โดยระบุว่า การค้าที่เปิดกว้างและยึดตามระเบียบข้อบังคับจะสร้างผลบวกแก่ทุกฝ่าย และความเชื่อมั่นนั้นสำคัญกว่าการทำธุรกรรม รายละเอียดสำคัญของข้อตกลงประกอบด้วย - การยกเลิกภาษีนำเข้าของออสเตรเลียสำหรับสินค้าประเภทชีส, ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป, ช็อกโกแลต, ไวน์ และสปาร์กลิงไวน์
- กำหนดโควตาเนื้อวัวนำเข้าจากออสเตรเลียจำนวน 30,600 ตัน โดย 55% ของจำนวนนี้จะสามารถนำเข้าสู่สหภาพยุโรปได้โดยไม่ต้องเสียภาษี ภายในเวลาสิบปีหลังจากข้อตกลงมีผลบังคับใช้
- กำหนดโควตาเนื้อแกะและเนื้อแพะจำนวน 25,000 ตัน ให้นำเข้าได้โดยไม่เสียภาษี โดยจะค่อยๆ ปรับใช้ในระยะเวลาเจ็ดปี
- อนุญาตให้น้ำตาลทรายดิบจากออสเตรเลียจำนวน 30,500 ตันเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปโดยไม่เสียภาษี รวมถึงโควตานำเข้าผลิตภัณฑ์นมของออสเตรเลียอีกจำนวนหนึ่ง
- ผู้ผลิตสินค้าภาคเกษตรของออสเตรเลียจะต้องเลิกใช้ชื่อเรียกสินค้าที่อิงตามแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่ที่มีแบรนด์ อย่างไรก็ตาม บริษัทออสเตรเลียจะยังคงสามารถใช้ชื่อเฟตา, กรูแยร์ และชื่ออื่นๆ อีกบางส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์ของตนได้
นายมารอส เซฟโควิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของสหภาพยุโรป กล่าวในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าและบริการรายปีของกลุ่ม EU ไปยังออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นหนึ่งในสามในทศวรรษหน้า จากปัจจุบันที่มีมูลค่า 65,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 75,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี การประกาศข้อตกลงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งในกลุ่มเกษตรกรของออสเตรเลีย โดยนายฮามิช แมคอินไทร์ ประธานสหพันธ์เกษตรกรแห่งชาติ ระบุว่าข้อตกลงนี้น่าผิดหวังอย่างยิ่ง และล้มเหลวในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปในเชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ เขากล่าวว่าเกษตรกรจะต้องรับภาระจากข้อตกลงที่ด้อยมาตรฐานกับสหภาพยุโรปนี้ไปอีกหลายทศวรรษ ทางด้านสมาคมเนื้อและปศุสัตว์ออสเตรเลียระบุว่านี่คือข้อตกลงการค้าเสรีที่ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับอุตสาหกรรมเนื้อแดงของออสเตรเลีย ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมนมระบุว่าข้อตกลงนี้ไม่ใช่การค้าที่เสรีหรือเป็นธรรมสำหรับผู้ผลิตนมในออสเตรเลีย ที่มา Bloomberg |