ทรีนีตี้ ชี้ SET ไตรมาส 2 แกว่งกรอบ 1,390-1,400 จุด แนะเลือกหุ้นหลุมหลบภัยรับผันผวน

รูป ทรีนีตี้ ชี้ SET ไตรมาส 2 แกว่งกรอบ 1,390-1,400 จุด แนะเลือกหุ้นหลุมหลบภัยรับผันผวน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 เม.ย. 69 10:20 น.

ทรีนีตี้ ประเมินหุ้นไทยไตรมาส 2 มองแนวรับลึก 1,260 จุด แนวต้านสูงสุด 1,530 จุด ชี้ EPS เสี่ยงถูกหั่น 3-5% จากสงครามน้ำมัน แนะเลือกหุ้นหลบภัยรับความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ในไตรมาส 2/2569 จะมี จุดกึ่งกลางความถูก-แพง อยู่ที่ระดับ 1,390–1,400 จุด

โดยในกรณีเลวร้าย (Worst-case) มองแนวรับลึกที่ 1,260–1,290 จุด ขณะที่แนวต้านสูงสุดยังอยู่ที่ระดับ 1,530 จุด ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยประเมินไว้ในไตรมาสก่อนหน้า

กำไรบจ. ตัวแปรหลักกำหนดทิศทางตลาด

ทรีนีตี้มองว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยจากนี้จะขึ้นอยู่กับ แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียน (Earnings) เป็นสำคัญ เนื่องจาก Valuation เริ่มทรงตัว หลังมีความชัดเจนว่า ธปท.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 1.0% ถึงสิ้นปี

ส่งผลให้ Forward PE ที่เหมาะสมยังอยู่ในกรอบเดิม ได้แก่ Conservative: 13.8 เท่า , Base case: 14.8 เท่า และ Best case: 15.9 เท่า

อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงที่ตลาดจะเผชิญ แรงกดดันจากการปรับลดประมาณการกำไร (EPS Revision) ในช่วงเดือน เม.ย.–พ.ค. หลังเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบและการให้ Guidance ของบริษัทจดทะเบียน

“สิ่งที่เป็นกังวลใจเล็กๆในช่วงต้นไตรมาส 2 นี้คือ ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดที่ยังไม่มีทิศทางการปรับตัวลงมากนัก ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าในช่วงแรก กลุ่มหุ้นโภคภัณฑ์ในบ้านเราเห็นการขยับขึ้นของคาดการณ์กำไรตามราคาพลังงาน และยังอยู่ในช่วงของการรอปิดงบประจำไตรมาส 1 อยู่ ดังนั้นหากเข้าสู่เดือนเม.ย.-พ.ค. ที่มักจะมีการประชุม Preview และ Review ผลประกอบการของนักวิเคราะห์เมื่อไหร่ ประเมินว่าช่วงนั้นอาจจะได้เห็นการออกมาให้แนวโน้มประจำปีของผู้บริหารบริษัทต่างๆในโทนลบมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของระลอกการปรับลดประมาณการในตลาดได้”นายณัฐชาต กล่าว

ภาพของ Earnings บริษัทจดทะเบียนของไทย คงจะไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับภาพเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากยังพอมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ช่วยหักล้างผลกระทบเชิงลบดังกล่าวได้ เช่นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ กลุ่ม Oil & Gas กลุ่มปิโตรเคมีบางตัวที่ไม่มีปัญหาในการเข้าถึง Feedstock

กลุ่ม Soft commodities ด้วยเหตุนี้ จึงประเมิน Downside risk ของ EPS ตลาดหุ้นไทยจากวิกฤติสงครามครั้งนี้ในกรณีฐานอยู่เพียงระดับ 3% จากช่วง Pre-war ในขณะที่กรณีเลวร้ายสุด ประเมินอยู่ที่ระดับ 5%

เปิด 3 ฉากทัศน์ EPS ปี 2569

ทรีนีตี้ประเมิน EPS ตลาดหุ้นไทยปี 2569 ไว้ 3 กรณี ได้แก่

1.ในกรณีดีที่สุด หรือฉากทัศน์ที่ EPS ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากคาดการณ์เดิม หรือหมายความว่าการปรับขึ้นของกำไรกลุ่ม Oil & Gas ในบ้านเรา จากการปรับขึ้นของราคาพลังงาน สามารถที่จะชดเชยกลุ่มอื่นๆ ได้ทั้งหมด ในกรณีนี้ คาดการณ์ EPS ของตลาดจะอยู่ที่ระดับเดียวกันกับช่วงต้นปีที่ 96.4 บาท

2.กรณีที่ EPS มีการปรับลดลงจากช่วงก่อนสงครามราว 3% ซึ่งมีแนวโน้มเป็นฉากทัศน์ในกรณีฐานของเรา สมมติฐานในกรณีนี้คือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ในระดับสูงเกิน 100 เหรียญฯ/บาร์เรลเป็นเวลา 1 เดือนโดยประมาณ

ซึ่งน่าจะทำให้สุทธิแล้ว ผลกระทบเชิงลบที่มีต่อหุ้นกลุ่ม Non-Oil & Gas เริ่มมีมากกว่าผลกระทบเชิงบวกที่มีต่อกลุ่ม Oil & Gas ในกรณีนี้ คาดการณ์ EPS ของตลาดจะอยู่ที่ระดับ 93.5 บาท

3.กรณีที่ EPS มีการปรับลดลงจากช่วงก่อนสงครามราว 5% ซึ่งถือเป็นกรณีเลวร้ายสุดที่เราประเมินไว้ คือภาวะสงครามมีความยืดเยื้อจนทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนสูงกว่าระดับ 100 เหรียญฯ/บาร์เรล ยาวนานกว่าระยะ 1 เดือนขึ้นไปซึ่งน่าจะทำให้สุทธิแล้ว ผลกระทบเชิงลบที่มีต่อหุ้นกลุ่ม Non-Oil & Gas มีมากกว่าผลกระทบเชิงบวกที่มีต่อกลุ่ม Oil & Gas อย่างเห็นได้ชัด ในกรณีนี้ คาดการณ์ EPS ของตลาดจะอยู่ที่ระดับ 91.6 บาท

จากแบบจำลอง PE Model ทรีนีตี้เชื่อว่า SET Index ผ่านจุดสูงสุดปีนี้แล้วที่ 1,550 จุด และมีโอกาสไม่หลุดจุดต่ำสุดเดิมที่ 1,230 จุด

กลยุทธ์ลงทุน: เน้นหุ้นหลุมหลบภัย (Bunker Stocks)

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนเดือน เม.ย. 2569 SET Index อาจจะยังมีความผันผวนต่อ โดยจะแกว่งตัวตามพัฒนาการของภาวะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนประจำไตรมาส 1 เป็นต้น

แนะนำ Selective Buy โดยเน้นหุ้นที่มีความเสี่ยงด้านกำไรต่ำ และทนต่อภาวะผันผวน ได้แก่

กลุ่มสื่อสาร ที่มีอำนาจในการตั้งราคาสูง: ADVANC, TRUE

กลุ่มโรงพยาบาล ไม่ได้อิงกับผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางมากนัก: BDMS, BCH, CHG

กลุ่มค้าปลีกจำเป็นขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนค่าไฟในระดับต่ำ: BJC, CPAXT

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเห็นการเร่งตัวของเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ: AMATA, WHA


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย