สรุป Earning Call : THAI จ่อรับมอบเครื่องบินปีนี้ 28 ลำ พร้อมเบรกแผนลงทุน non-core 6 พันลบ. รับมือตะวันออกกลาง

รูป สรุป Earning Call : THAI จ่อรับมอบเครื่องบินปีนี้ 28 ลำ พร้อมเบรกแผนลงทุน non-core 6 พันลบ. รับมือตะวันออกกลาง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 11:16 น.

THAI เผยแนวโน้มปี 69 สั่งปรับลด ASK ลง 2-3% เพื่อคุมมาร์จิ้น-ประหยัดน้ำมัน ขยับ Fuel surcharge เพิ่มขึ้น 12-15% รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมเดินหน้าบริหารเครือข่ายเชื่อมต่อ O&D ไม่พึ่งพารายได้ทางเดียว ควบคู่เบรกแผนลงทุน non-core CAPEX

 

นางเฉิดโฉม เทอดสถียรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยในงาน Earning Call ในวันนี้ว่า แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ทั้งนี้ ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนแผนการรับมอบเครื่องบินในปีนี้ยังเป็นไปตามแผนเดิม หากผู้ผลิตสามารถส่งมอบได้ตามที่วางไว้

“ในไตรมาสแรกมีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่กระทบเป็นวงกว้าง โดยการบินไทยในไตรมาสแรกมีการรับมอบเครื่องบินใหม่ และเริ่มให้บริการแล้ว 2 ลำในไตรมาส 1 ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางนี้ทำให้บริษัททำFlights พิเศษในการรับผู้โดยสารที่ตกค้างที่มีความต้องการเดินทางระหว่างยุโรปและเอเชีย”นางเฉิดโฉม กล่าว

สำหรับจำนวนการขนส่งผู้โดยสาร 4.2 ล้านคน และยังเป็นไตรมาสที่ดีของการบินไทย โดยในช่วงไตรมาส 2-3 ยังต้องติดตาม เนื่องจากมีวันหยุดสำคัญที่กระตุ้นการเดินทางน้อยลง โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคที่เดินทางออกนอกประเทศ โดยในช่วง พ.ค.-ต.ค. เป็นช่วงฤดูฝน ทำให้ความต้องการเดินทางจากต่างประเทศลดลง

นายรัฐ รักสำหรวจ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินองค์กร THAI กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเน้นการบริหารเครือข่าย การเชื่อมต่อ O&D จึงไม่ได้พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวขาเข้าเพียงอย่างเดียวแต่ยังสามารถสร้างรายได้จากกลุ่มนักเดินทางขาออกและผู้โดยสารที่เชื่อมต่อทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลกด้วย

“แม้ภาคการท่องเที่ยวจะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยชี้วัดโดยตรงต่อรายได้ของ THAI ในระยะสั้นถึงกลาง”นายรัฐ กล่าว

ในปี 2569 บริษัทมีแผนบริหารจัดการด้านรายได้ โดยปรับลด ASK ลง 2-3% ซึ่งดำเนินการแล้วในเดือน พ.ค. เพื่อคุมมาร์จิ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมัน ประกอบกับรักษาระดับ Cabin Factor ปรับเพิ่ม Fuel surcharge เพื่อดันผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 12-15% ในเดือน เม.ย.

นอกจากนี้ เตรียมออกโปรโมชั่น เพื่อส่งเสริมการขายกระตุ้นยอดสำรองที่นั่งในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อสถานการณ์เริ่มมีดีขึ้นต่อไป

ด้านการป้องกันความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง บริษัทได้ดำเนินการ Hedge น้ำมันไว้เรียบร้องแล้วซึ่งครอบคลุม 50% ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และบริษัทได้ขยายการทำให้ครอบคลุมต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงงาน โดยตรึงกำลังพล และชะลอค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงาน พร้อมทั้งเลื่อนการลงทุนที่เป็น non-core CAPEX หรือ เลื่อนการลงทุนในโครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักประมาณ 6,000 ล้านบาท ไปในช่วงอื่น เพื่อรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

THAI จ่อรับเครื่องบินเพิ่ม 28 ลำปีนี้

 

บริษัทได้รับมอบเครื่องบิน 28 ลำในปีนี้ โดยเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง 787 จำนวน 14 ลำ พร้อมรับเครื่องบิน 787 ในไตรมาส 2-4 ปีนี้ และเครื่องบินแบบ A321 NEO จะเข้ามาทั้งสิ้น 14 ลำ โดยเริ่มรับมอบแล้วตั้งแต่ไตรมาสแรกที่ผ่านมา 1 ลำ แลพะจะทยอยรับมอบในไตรมาส 2-4 ต่อไป ทำให้ภายในปีนี้บริษัทจะมีเครื่องบินทั้งสิ้น จาก 80 ลำ เป็น 102 ลำแบ่งเป็น Wide body 67 ลำ และ Narrow body 35 ลำ

ส่วนแผนบริหารฝูงบินในปี 2569-2571 บริษัทตั้งเป้าขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้จะมีฝูงบินรว 102 ลำ ส่วนปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 111 ลำ และในปี 2571 จะเพิ่มขึ้นเป็น 128 ลำ โดยแผนการจัดหาอากาศยานจะเป็น Long Term Fleet Plan ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนดังกล่าว แม้จะมีสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

การรับมอบเครื่องบินขึ้นอยู่กับ Slot ที่มีการเจรจาไว้เดิม โดยเป็น Slot ที่ผู้ผลิตแจ้งไว้ในสัญญา ทั้งนี้ การรับมอบที่มีการปรับเลื่อน เป็นผลจากการตรวจรับอากาศยานให้มีประโยชน์สูงสุดกับบริษัท ในเชิง Technical Acceptance และไม่มีการปรับเลื่อนการรับมอบจากสถานการณ์ความไม่สงบแต่อย่างใด

“ในการบริหารอุปสงค์ช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 2 และ 3 บริษัทจะรักษาสมดุล เพื่อสร้างรายได้และให้เกิดประสิทธิภาพกับบริษัทและนักลงทุน

สำหรับในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง พบว่า รายได้จากตลาดยุโรปเติบโตขึ้น โดยผู้โดยสารเติบโตขึ้น 16% และค่าตั๋วปรับเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากอานิสงส์ของสายการบินตะวันออกกลางที่หยุดชะงักทำให้บริษัทเพิ่มเที่ยวบินพิเศษไปปารีส และแฟร้งค์เฟิร์ต (เยอรมนี) ได้และทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ด้านต้นทุน บริษัทดำเนินการบริหารความเสี่ยงในเรื่องของราคาน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งการทำประกันความเสี่ยงและบริหารทางการเงิน

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย