FPT โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) กำไรสุทธิ 328 ลบ.รายได้ 3,538 ลบ. โต 7.8% จากธุรกิจที่อยู่อาศัย อุตฯ พาณิชยกรรม บริหารเงินทุนรอบคอบ รักษาอัตราการเช่าสูง พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพ รับมือเศรษฐกิจผันผวนอย่างยืดหยุ่น บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT เปิดเผย ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ของปีงบการเงิน 2569 (ต.ค. – ธ.ค.68) ทำรายได้รวม 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% หรือ 256 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 328 ล้านบาท
โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,140 ล้านบาท รายได้จากค่าเช่าและค่าบริการ 788 ล้านบาท และรายได้อื่น ๆ อีก 610 ล้านบาท ซึ่งรายได้เพิ่มขึ้น 28.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สัดส่วนหลักของรายได้อื่นมาจากการรับรู้กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.8 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากพอร์ตโฟลิโอของ FPT ที่มีความหลากหลายและครบวงจร ส่งผลให้บริษัทฯ ขับเคลื่อน 3 ธุรกิจทั้งที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชกรรมในไตรมาสแรกให้มีผลการดำเนินงานที่มั่นคง ควบคู่กับการบริหารจัดการจัดการเงินทุนและโครงสร้างทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ 
พร้อมทั้งรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ยังคงมีแผนการดำเนินธุรกิจอย่างยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากปัจจัยท้าทายทั้งในไทยและต่างประเทศ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย มีรายได้เพิ่มขึ้น 137 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมีแรงตอบรับที่ดีมากจากตลาด โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่ทั้งโกลดีน่า (Goldina), แกรมเมอร์ (Gramour) และกูธ์เธ่ (GUTE) ซึ่งลูกค้าให้ความสนใจและเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้พิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน ด้วย 2 โครงการอย่าง ‘แกรมเมอร์ สาทร’ และ ‘กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76’ ผ่านการรับรองเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย ประเภทอาคารพักอาศัย (TREES-Home V.1.0) ระดับ Gold จากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) นับเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ได้รับการรับรองดังกล่าว สำหรับในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีงบการเงิน 2569 (มกราคม - กันยายน 2569) บริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพของกรุงเทพมหานคร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม ยังคงได้รับอานิสงส์จากนักลงทุนต่างชาติที่ย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทย รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ส่งผลให้โรงงานให้เช่าเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาด เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ผลักดันให้อัตราการเช่าเฉลี่ยในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 ของธุรกิจโรงงานให้เช่าของบริษัทฯ อยู่ที่ 96% ด้านธุรกิจคลังสินค้าให้เช่าสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมปิดดีลลูกค้ารายใหม่ได้ต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นของคลังสินค้าที่มีความพรีเมียมจากอาคารที่มีมาตรฐานสูงพร้อมฟีเจอร์ด้านความยั่งยืน โดยในไตรมาส 1 บริษัทฯ ได้สร้างคลังสินค้าแบบ Built-to-Function ขนาด 9,400 ตร.ม. ในเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลาสต์ ไมล์ ฮับ (ปู่เจ้าสมิงพราย) แล้วเสร็จและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นโครงการเฟสที่ 2 หลังคลังสินค้าในเฟสแรกขนาด 21,000 ตร.ม. ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ได้เริ่มพัฒนาศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติแบบ Built-to-Suit แห่งใหม่ให้กับ SPX Express ขนาด 65,000 ตร.ม. ในเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ (มหาชัย) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม สามารถรักษาอัตราการเช่าอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าได้ถึง 89% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2569 โดยได้วางกลยุทธ์สำหรับการรับมือกับสถานการณ์ตลาดอาคารสำนักงานที่มีอุปทานส่วนเกิน ด้วยการปรับรูปแบบการทำสัญญากับลูกค้าให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและสอดรับกับการดำเนินธุรกิจของลูกค้ามากที่สุด ในส่วนของศูนย์การค้ามีความคึกคักจากการจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจากจุดเด่นของศูนย์การค้าที่เป็นเอกลักษณ์และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้เช่าที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้ผู้เช่าตัดสินใจต่อสัญญาเช่ากับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง 
|