KKP เปิดตัว "KKP EDGE" บริการวางแผนการเงิน ผสานเทคโนโลยี-ที่ปรึกษามืออาชีพ รุกตลาดกลุ่มคนเดอะแบก หรือกลุ่มคนมั่งคั่งระดับกลาง (Mass Affluent) พร้อมปั้นพอร์ต AUM กลุ่มนี้โตเฉลี่ย 20% ต่อปี แตะ 2.5 แสนลบ.ในปี 71 นางกุลนันท์ ซานไทโว ประธานธุรกิจ กลุ่มงานลูกค้าบุคคล กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ นายราเมษฐ์ ศศิรัชพรชัย หัวหน้าฝ่าย Product Owner สาย Digital and Innovation Management ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เปิดเผยในงานแถลงข่าว เปิดตัว "KKP EDGE" บริการวางแผนการเงินภายใต้แนวคิด Purpose-Based Planning โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - เปิดตัว "KKP EDGE" คือบริการวางแผนชีวิตและการเงินครบวงจร ที่ยกมาตรฐานคำแนะนำระดับกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง (High Net Worth) มาให้กลุ่มลูกค้ามั่งคั่งระดับกลาง (Mass Affluent) หรือ "กลุ่มเดอะแบก" ซึ่งเป็นคนรายได้ดีที่แบกรับภาระรอบด้านทั้งลูก หรือพ่อแม่ และความกังวลว่าเงินที่มีจะพอใช้สำหรับทุกวัตถุประสงค์หรือไม่ - โดย KKP EDGE ดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ Hybrid Model ที่ผสานเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชันเข้ากับความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาการเงิน โดยลูกค้าสามารถเริ่มต้นใช้บริการได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1) บริการนัดวางแผนการเงินกับทีมที่ปรึกษาการเงินและการลงทุนผ่าน video conference หรือ ทางโทรศัพท์ 2) แอปพลิเคชัน KKP Better ช่องทางที่ลูกค้าสามารถเริ่มต้นวางแผนการเงินด้วยตัวเองได้ โดยสามารถดูภาพรวมของเงินออม การลงทุน และเป้าหมายทางการเงินได้ในที่เดียว และ 3) สาขาของธนาคาร ลูกค้าสามารถเข้าไปพูดคุยกับทีมที่ปรึกษาการเงิน เพื่อเริ่มต้นวางแผนการเงินได้ทันที - โดย KKP EDGE ได้จัดรูปแบบการดูแลให้เหมาะสมกับขนาดสินทรัพย์ ดังนี้ EDGE Gold (2-10 ล้านบาท) รับคำแนะนำในการออกแบบแผนชีวิตและการเงินโดยที่ปรึกษาการเงินของ KKP ทางออนไลน์ และติดตามปรับพอร์ตเพื่อให้แผนบรรลุตามเป้าที่ตั้งไว้ อย่างน้อยทุกระยะ 6 เดือน EDGE Platinum (10 ล้านบาทขึ้นไปถึงระดับ 50 ล้านบาท) รับคำแนะนำในการออกแบบแผนชีวิตและการเงินโดยที่ปรึกษาการเงินของ KKP ทั้งการนัดพบหรือออนไลน์ และปรึกษาหรือติดตามการลงทุนได้ตลอดเวลา - KKP EDGE พร้อมรองรับเครื่องมือการลงทุนแห่งอนาคต อาทิ บัญชี TISA เพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวในสินทรัพย์ไทยพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผ่านระบบการเปิดบัญชีที่สะดวกและคำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล “เป้าหมายของ KKP EDGE คือการช่วยให้ ‘กลุ่มเดอะแบก’ อย่าง Mass Affluent ก้าวข้ามการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การมีแผนชีวิตที่มั่นคงและรองรับทุกความเสี่ยง เมื่อก้าวเข้ามาที่ KKP EDGE สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับไม่ใช่เพียงคำแนะนำรายครั้ง แต่คือแผนชีวิตเฉพาะตัว พร้อมการดูแลต่อเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานเดียวกับกลุ่ม High Net Worth เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตให้กลายเป็นความจริงได้อย่างยั่งยืน” นางกุลนันท์กล่าว - โดย KKP มีกลุ่มลูกค้า Mass Affluent คิดมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สิ้นสุดปี 68 กว่า 150,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าปั้นพอร์ตสินทรัพย์กลุ่มนี้ใน 3 ปี (ปี 69-71) เติบโตปีละ 20% หรือเห็นระดับ 250,000 ล้านบาท ทั้งนี้กลุ่มลูกค้ามั่งคั่งทุกระดับทั้งหมดของ KKP มีมูลค่า AUM รวม 900,000 ล้านบาท - ซึ่ง KKP มองเห็นกลุ่มลูกค้า Mass Affluent คือกลุ่มที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มตื่นตัวว่าการเก็บเงินไปแต่ละวันไม่เพียงพอ แต่ต้องดำเนินไปตามแผนทางการเงินที่ออกแบบมาอย่างดี KKP EDGE จะเข้ามารองรับความต้องการของคนกลุ่มนี้ และพร้อมดูแลให้เขาเติบโตเป็นกลุ่มลูกค้า High Net Worth - ทั้งนี้สังคมไทยกำลังเข้าสู่ยุค Longevity ที่คนมีโอกาสอายุยืนถึง 90-100 ปี แต่ที่น่ากังวลคือคนไทยส่วนใหญ่ "ไม่มีแผนชีวิต" มาตั้งแต่ต้น โดยสถิติระบุว่ามีเพียง 17.8% เท่านั้นที่บรรลุเป้าหมายทางการเงิน ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งแม้จะเริ่มวางแผนแล้วแต่กลับหลุดออกจากเส้นทางระหว่างทาง - โดยเฉพาะกลุ่ม Mass Affluent หรือ "กลุ่มเดอะแบก" ซึ่งเป็นคนรายได้ดีที่แบกรับภาระรอบด้านทั้งลูก หรือพ่อแม่ และความกังวลว่าเงินที่มีจะพอใช้สำหรับทุกวัตถุประสงค์หรือไม่ KKP EDGE จึงเข้ามาช่วยเปลี่ยนชีวิตเดอะแบกที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดสู่อิสรภาพของความมั่งคั่ง |