หนี้โลกปี 25 ทุบสถิติ แตะ 348 ล้านล้านดอลล์ แม้สัดส่วนต่อ GDP ลดลงต่อเนื่องปีที่ 5

รูป หนี้โลกปี 25 ทุบสถิติ แตะ 348 ล้านล้านดอลล์ แม้สัดส่วนต่อ GDP ลดลงต่อเนื่องปีที่ 5

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.พ. 69 10:23 น.

 

ข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (Institute of International Finance – IIF) ระบุว่า หนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมหนี้รัฐบาลและภาคเอกชน เพิ่มขึ้น 29 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 348 ล้านล้านดอลลาร์ และขยายตัวรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากรัฐบาลทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มการกู้ยืม

 

IIF ระบุว่า ประมาณสองในสามของหนี้ที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งรวมการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งจีน สหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ตาม แม้ยอดหนี้คงค้างจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ห้าติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 308%

 

อย่างไรก็ดี แม้มูลค่าหนี้คงค้างจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สัดส่วนหนี้กลับปรับลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สู่ระดับ 308% ขณะที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีหนี้สุทธิแตะ 117 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 ดันสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ทำสถิติสูงสุดใหม่เกิน 235%

 

เอมเร ทิฟติ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดโลกและนโยบายของ IIF และคณะระบุว่า ภาวะการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะช่วยสนับสนุนความพยายามระดมทุนเพื่อสนับสนุนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมถึงงบประมาณด้านกลาโหม และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของหนี้ยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับระดับเลเวอเรจที่สูงขึ้นและความร้อนแรงเกินไปในตลาดบางส่วน

 

ประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญภาระการรีไฟแนนซ์หนี้มากกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางภาวะสภาพคล่องโลกที่ผันผวน อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่า เงื่อนไขการระดมทุนที่ยังเอื้ออำนวย และความต้องการของนักลงทุนต่างชาติที่มองหาผลตอบแทนจากส่วนต่างดอกเบี้ยน่าจะช่วยจำกัดความเสี่ยงได้ในระยะสั้น

 

ขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงรักษาสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้จะมีความกังวลที่เพิ่มขึ้นในด้านสถานะทางการคลัง โดยความต้องการสินทรัพย์สหรัฐฯ จากต่างชาติ ทั้งในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยคณะผู้จัดทำรายงานระบุว่า “สถานการณ์ดังกล่าวสวนทางจากกระแสความเห็นก่อนหน้านี้ที่ว่า เงินทุนต่างชาติกำลังไหลออกจากสหรัฐฯ ท่ามกลางความพยายามกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์”

 

ที่มา Bloomberg

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju