นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า KTAM ได้ร่วมกับ Fidelity International ยกระดับการลงทุนสำหรับกลุ่มลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) โดยเล็งเห็นร่วมกันถึงความสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในวัยเกษียณ ผ่านแนวทางการลงทุนระดับสากลที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว สำหรับการผนึกกำลังในครั้งนี้ เป็นการผสานจุดแข็งระหว่างศักยภาพการจัดการกองทุนชั้นนำในไทยของ KTAM กับประสบการณ์การลงทุนระดับโลกของ Fidelity เพื่อยกระดับแพลตฟอร์ม PVD ให้ก้าวไปอีกขั้น ช่วยให้ลูกค้าองค์กรและพนักงานสามารถเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและครอบคลุมสินทรัพย์ทั่วโลก เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและตอบโจทย์การวางแผนเกษียณในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในปัจจุบันจะมีหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดเกิดความผันผวนและสร้างความกังวลใจให้แก่นักลงทุน แต่การเตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ไม่ควรละเลย อย่างไรก็ตาม การออมเพื่ออนาคตในบางส่วนยังคงถูกมองว่าเป็นเรื่องรองหรือยังไม่ถูกให้ความสำคัญเท่าที่ควร ซึ่งอาจส่งผลให้การสะสมความมั่งคั่งไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ดังนั้น ภาวะความเชื่อมั่นที่อยู่ในระดับต่ำประกอบกับการสะสมเงินออมที่ยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างพอร์ตเกษียณที่ยืดหยุ่นและแข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการก้าวข้ามความผันผวนในระยะสั้น สู่ความมั่นคงที่ยั่งยืนในอนาคต ในยุคที่แรงงานไทยต้องเผชิญกับ 'โจทย์ใหญ่' จากอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น (Longevity Risk) ซึ่งสวนทางกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดที่ส่งผลโดยตรงต่อพอร์ตการลงทุน ดังนั้น กลยุทธ์การกระจายการลงทุนไปทั่วโลกอย่างเหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนเพื่อการเกษียณ โดยความร่วมมือระหว่าง KTAM และ Fidelity ในครั้งนี้ จึงเป็นการวางรากฐานให้ตลาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ( PVD) ของไทยพร้อมรับมือกับความท้าทายดังกล่าว เพื่อช่วยให้แรงงานไทยก้าวข้ามความกังวลในระยะสั้น ไปสู่การสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งหวังที่จะสนับสนุนนายจ้างที่ต้องการมอบทางเลือกการออมเพื่อการเกษียณที่ครอบคลุมให้แก่พนักงาน พร้อมช่วยให้สมาชิกกองทุนเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนที่บริหารโดยมืออาชีพ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและช่วงวัยที่เปลี่ยนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อตอบรับแนวทางการลงทุนระดับสากล KTAM จึงได้นำเสนอกลุ่มกองทุนผสม “KTWC Series” ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายการลงทุนไปทั่วโลก สำหรับกลุ่มกองทุน KTWC Series (ความเสี่ยงระดับ 5) จะเน้นลงทุนในกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ทั้งในและต่างประเทศ ที่ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก นอกจากนี้อาจลงทุนในกองทุน Infra และ/หรือ กองทุน Property และ/หรือหน่วย Private Equity ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไปโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV และจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV โดยกลุ่มกองทุน KTWC Series มีให้เลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ (ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงตามผลประเมิน Suitability Test) จำนวน 3 กองทุน ได้แก่ (1) กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Defensive (KTWC-DEFENSIVE) มีนโยบายลงทุนในหุ้นเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกิน 35% ของ NAV โดยมีกรอบการลงทุนเฉลี่ยระยะยาวในตราสารหนี้ 85% และหุ้น 15% เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้ไม่มาก แต่ต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงชนะเงินเฟ้อ (2) กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Moderate (KTWC-MODERATE) มีนโยบายลงทุนในหุ้นเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกิน 70% ของ NAV โดยมีกรอบการลงทุนเฉลี่ยระยะยาวในตราสารหนี้ 50% หุ้น 50% เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้บ้าง เน้นโอกาสการเติบโตของเงินลงทุน และ (3) กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Growth (KTWC-GROWTH) มีมีนโยบายลงทุนในหุ้นเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 60% ของ NAV โดยมีกรอบการลงทุนเฉลี่ยระยะยาวในตราสารหนี้ 20% หุ้น 80% เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้ และต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น (ที่มา: KTAM และ Fidelity International ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 2569) “ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง KTAM และ Fidelity International คือการหลอมรวมความแข็งแกร่งจากสองมิติแห่งความเชี่ยวชาญเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดย KTAM ในฐานะผู้นำที่เข้าใจบริบทตลาดทุนไทยอย่างลึกซึ้ง ผสานกับศักยภาพของ Fidelity ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์และการวางแผนเกษียณระดับโลก สิ่งนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญ และโอกาสทองของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ สู่การกระจายการลงทุนระดับสากลที่เป็นระบบและมีมาตรฐานสูงสุด เพื่อลดความผันผวนและปลดล็อกโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าในระยะยาว เพราะเราไม่ได้มองเพียงการวางแผนเกษียณเพื่อให้พอต่อการดำรงชีพ แต่เรามุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรมการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานที่มั่งคั่งและมั่นคงอย่างแท้จริง” นางชวินดา กล่าว ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 และธนาคารกรุงไทย หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน KTWC Series ที่สำคัญ : ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน ความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ ความเสี่ยงจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง คำเตือน กองทุนมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
|