ไนท์แฟรงค์ มองตลาดโรงแรมปี 69 แข่งดุ อุปสงค์นิ่ง สวนทางอุปทานใหม่เข้ามาต่อเนื่อง

รูป ไนท์แฟรงค์ มองตลาดโรงแรมปี 69 แข่งดุ อุปสงค์นิ่ง สวนทางอุปทานใหม่เข้ามาต่อเนื่อง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.พ. 69 10:02 น.

 

ไนท์แฟรงค์ประเมิน ปี 69 ตลาดโรงแรมไทยยังเผชิญการแข่งขันเข้มข้นจากอุปทานใหม่ ขณะที่อุปสงค์ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้การเติบโตของ RevPAR อยู่ในกรอบจำกัด ผู้ประกอบการต้องเน้นคุณภาพรายได้และการบริหารต้นทุน

 

*** แนวโน้มปี 69 เติบโตอย่างมีวินัย เน้นคุณภาพรายได้

 

ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ประเมิน ปี 2569 ตลาดโรงแรมไทยจะยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น โดยการเติบโตของอุปสงค์มีแนวโน้มเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่อุปทานใหม่ยังคงเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ส่งผลให้การเติบโตของรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ในระดับจำกัด

 

นายคาร์ลอส มาร์ติเนซ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยเข้าสู่ระยะของการปรับสู่ภาวะปกติในปี 2568 โดยอุปสงค์ทรงตัวต่ำกว่าระดับสูงสุดเดิม ท่ามกลางอุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศจะช่วยพยุงตลาดได้บางส่วน แต่การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่เต็มที่และข้อจำกัดด้านอำนาจการตั้งราคา ยังคงกดดันผลการดำเนินงานของโรงแรม โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว

 

ในปี 2569 การเติบโตของตลาดจะเป็นไปอย่างมีวินัยมากขึ้น โดยผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายได้ ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนมากกว่าการขยายตัวเชิงปริมาณ

 

ในปี 2568 ตลาดการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยได้เข้าสู่ระยะของการปรับสู่ภาวะปกติมากขึ้น (normalisation phase) โดยอุปสงค์เริ่มทรงตัวในระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาด ท่ามกลางการขยายตัวของอุปทานอย่างต่อเนื่อง และพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ปี 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32.97 ล้านคน ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็นประมาณ 83% ของระดับสูงสุดก่อนโควิด-19 โดยโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวมีการปรับสมดุลอย่างชัดเจน มาเลเซียก้าวขึ้นเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อินเดียและรัสเซียยังคงเป็นตลาดที่เติบโต

 

 

*** กรุงเทพฯ: อุปสงค์ทรงตัว ขณะที่อุปทานเพิ่ม กดดันผลการดำเนินงาน

 

กรุงเทพฯ มีนักท่องเที่ยวรวมในปี 2568 คิดเป็นประมาณ 89% ของระดับสูงสุดในอดีต โดยการท่องเที่ยวภายในประเทศยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงอัตราการเข้าพัก โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม โรงแรมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติยังเผชิญข้อจำกัดจากการฟื้นตัวที่ยังไม่สมบูรณ์

 

อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในกรุงเทพฯ ลดลงมาอยู่ที่ 75.7% ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับตัวลดลง 1.4% สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านอำนาจการตั้งราคาในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยแรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่ ซึ่งในปี 2568 มีโรงแรมเปิดใหม่ 14 แห่ง เพิ่มห้องพักกว่า 3,200 ห้อง

 

*** ภูเก็ต ตลาดยังยืดหยุ่น แต่การแข่งขันเริ่มชัดเจนขึ้น

 

ในส่วนของภูเก็ต ภาคการท่องเที่ยวยังคงแสดงความยืดหยุ่น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดโรงแรมยังคงเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยอัตราค่าห้องพักเป็นหลัก (rate-led destination)

 

อย่างไรก็ตาม อัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 76.2% ขณะที่ ADR เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง สะท้อนถึงการเริ่มปรากฏของเพดานราคา ท่ามกลางการแข่งขันจากทั้งอุปทานใหม่และจุดหมายปลายทางชายทะเลในภูมิภาค โดยในปี 2568 ภูเก็ตมีโรงแรมเปิดใหม่ 8 แห่ง เพิ่มห้องพักกว่า 1,300 ห้อง และยังมีอุปทานใหม่ใน pipeline อย่างต่อเนื่องในปี 2569

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย