ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดตลาดร่วงแรงเช้านี้ โดยดัชนี Kospi ร่วงไป 5% นำหุ้นเอเชีย ตามแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในวอลล์สตรีท ก่อนลดช่วงลบลงมา และล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.70% ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Kosdaq ร่วงลง 3.17% ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งมีหุ้นในกลุ่มชิปและอุตสาหกรรมยานยนต์ในสัดส่วนที่สูง เผชิญความผันผวนอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังบรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีซบเซาลง หุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีลดลงถ้วนหน้า โดยหุ้น Samsung Electronics ลดลง 3.08% และ SK Hynix ลดลง 3.56% ส่วนหุ้น Hyundai Motor ร่วงลง 5.42% ขณะที่หุ้น Hanwha Aerospace ในกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ดิ่งลง 5.87% และหุ้น LG Energy Solution ลดลง 3.67% ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ลดลง 0.57% และมีแนวโน้มปิดลบเป็นวันที่สามติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี Topix ย่อตัวลงเล็กน้อย 
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตยาของญี่ปุ่นร่วงลงในวันศุกร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัวเว็บไซต์ที่เสนอขายยาตามใบสั่งแพทย์ในราคาลดพิเศษ หุ้น Sumitomo Pharma ร่วงกว่า 5% ขณะที่หุ้น Takeda Pharmaceutical ผู้ผลิตยารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ลดลง 1.75% ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนี Hang Seng เปิดแดนลบ ราว 2% ขณะที่ดัชนี CSI 300 ตลาดหุ้นจีนลดลงเล็กน้อย ส่วนตลาดหุ้นออสเตรเลียย่อตัวลงเช่นกัน โดยดัชนี S&P/ASX 200 ลดลง 1.84% ขณะที่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาโลหะเงินในตลาดสปอตยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง โดยลดลงอีก 1.63% หลังจากร่วงไปราว 13% ในวันพฤหัสบดี ทั้งนี้ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงตามทิศทางวอลล์สตรีท โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดลบไป 1.20%, ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.23% ขณะที่ดัชนีแนสแดค ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีในสัดส่วนสูง ร่วงมากสุดที่ 1.59% หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Alphabet ถูกกดดัน หลังส่งสัญญาณเพิ่มการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กว่าสองเท่า โดยมีการลงทุนรวมสูงถึง 185,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลง 0.5% ขณะที่หุ้น Amazon ปิดตลาดร่วงไป 4.4% และร่วงลงต่อกว่า 10% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทคาดการณ์การลงทุนจำนวนมหาศาลเช่นกันในปีนี้ หุ้น Qualcomm ร่วงกว่า 8% หลังบริษัทเปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการอ่อนแอกว่าคาด เนื่องจากการขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ที่มา CNBC 
|