บลจ. อเบอร์ดีน มอง SET ปีนี้กรอบ 1,400 - 1,504 จุด แนะหุ้นเติบโต - ปันผลสูง รับแรงหนุนรัฐบาลใหม่

รูป บลจ. อเบอร์ดีน มอง SET ปีนี้กรอบ 1,400 - 1,504 จุด แนะหุ้นเติบโต - ปันผลสูง รับแรงหนุนรัฐบาลใหม่

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ก.พ. 69 13:38 น.

 

บลจ. อเบอร์ดีน มองหุ้นไทย มีโอกาสผันผวนระยะสั้น หลังดัชนีปรับขึ้นแรงรับความหวังการเมืองใหม่ กรอบทั้งปี 1,400 - 1,504 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ 6 - 12 เดือนข้างหน้า กระจายลงทุนหุ้นเติบโต หุ้นปันผลสูง และกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ


นางสาวดวงธิดา แซ่แต้ Deputy Head of Thai Equities บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) เปิดเผย ในงานสัมภาษณ์พิเศษทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังเลือกตั้ง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


- คาดปี 69 ตลาดหุ้นไทยมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) อยู่ที่ 94 บาท และคาดการณ์ P/E อยู่ในกรอบ 15.5 - 16 เท่า โดยมองกรอบแนวต้านสูงสุด 1,504 จุด ภายใต้กรณีที่ดีที่สุด (Best Case) ส่วนแนวรับประมาณ 1,400 จุด


- ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,500 จุด แต่มุมมอง บลจ. อเบอร์ดีน มองว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับความคาดหวังรัฐบาลใหม่ - การกระตุ้นเศรษฐกิจมามากแล้ว โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นมา 200 จุดแล้วในช่วงไม่เกิน 2 เดือน ซึ่งมองว่ามีโอกาสดัชนีจะปรับตัวลดลงจากการขายทำกำไรรับข่าว


- ส่วนปัจจัยภายนอก เช่น ทิศทางดอกเบี้ย การค้าโลก ภาษีการค้า และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ยังคงเป็นตัวกำหนดระดับความเสี่ยงและทิศทางของกระแสเงินทุนจากต่างชาติ


"คาดในช่วงพ.ค.นี้ การจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้และมีสเถียรภาพ โดยคาดว่าจะมี 4 ปัจจัยหนุนหลักๆ ที่สนับสนุนตลาดหุ้นไทย ทั้งนโยบายรัฐบาล, การจ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืน, การท่องเที่ยวเติบโต, และเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติที่เห็นว่าเริ่มไหวเข้ามา" นางสาวดวงธิดากล่าว


- ภายใต้บรรยากาศการลงทุนที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง ลดความกังวลเรื่องความล่าช้าทางนโยบายและสร้างความต่อเนื่องของการดำเนินงานของรัฐบาลใหม่ มองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมบางส่วนที่ได้ประโยชน์ เช่น กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน กลุ่มพาณิชย์ และ กลุ่มธนาคารและการเงิน


- มองตลาดหุ้นไทยในช่วง 6 -12 เดือนข้างหน้าจะถูกกำหนดโดยปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ, ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง, และความสามารถของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายภายใต้ข้อจำกัดของรัฐบาลผสม


แนะนำการลงทุนหุ้นในช่วง 6 - 12 เดือนข้างหน้า อิงปัจจัย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่


1. การเติบโตในประเทศ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาล เช่น พาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ส่งออก ธนาคาร และกลุ่มท่องเที่ยว


2. หุ้นปันผลสูง เช่น กลุ่มธนาคาร โทรคมนาคม รวมถึง กลุ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยง อย่าง สาธารณูปโภค สุขภาพ


3. ทิศทางการลดอัตราดอกเบี้ย เช่น อสังหาริมทรัพย์


4. กลุ่มส่งออก เช่น ยา และอาหารสัตว์


- มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น พร้อมจัดพอร์ตแบบสมดุล ระหว่าง หุ้นเติบโต โดยเลือกเฉพาะบริษัทที่มีความสามารถในการคาดการณ์กำไร และ หุ้นอิงกับเศรษฐกิจในประเทศ ที่ได้แรงหนุนระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ


- แนะนำให้พิจารณากระจายการลงทุนบางส่วนไปยังตลาดเกิดใหม่เพื่อลดความเสี่ยง ท่ามกลางความคืบหน้าทางการเมืองและงบประมาณที่ยังต้องติดตามและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังฟื้นไม่เต็มที่


กองทุนเด่นที่แนะนำ


- กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สยามลีดเดอร์ส (ABSL) - ความเสี่ยงระดับ 6 คัดสรรหุ้นไทยขนาดใหญ่และคุณภาพสูง เน้นบริษัทที่พื้นฐานแข็งแกร่ง เติบโตต่อเนื่อง และอยู่ในกลุ่ม 150 บริษัทชั้นนำที่มี Market Cap สูงสุด ของตลาดหุ้นไทย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลประกอบการสม่ำเสมอจากผู้นำในอุตสาหกรรม


- กองทุนแนะนำ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกรท (ABG) - ความเสี่ยงระดับ 6 ลงทุนในหุ้นไทยทุกขนาด โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อคัดเลือกหุ้นคุณภาพเข้าพอร์ต โดยเน้นบริษัทที่มีโอกาสเติบโตสูงและมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เหมาะกับนักลงทุนที่มองการเติบโตของพอร์ตในระยะกลาง - ยาวผ่านหุ้นศักยภาพสูงของไทย



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย