จีนกางแผน 5 ปี ชูเทคโนโลยี-AI เครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจ

รูป จีนกางแผน 5 ปี ชูเทคโนโลยี-AI เครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 มี.ค. 69 12:43 น.

 

จีนประกาศแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี ในการประชุมสองสภาเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) เพื่อเร่งผลักดันความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่กลไกเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมของประเทศ โดยตั้งเป้าการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติ ท่ามกลางการแข่งขันกับสหรัฐฯ ที่เข้มข้นขึ้น

 

จีนระบุในแผนยุทธศาสตร์ฉบับที่ 15 กำหนดให้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะต่อไป ไม่ใช่การบริโภค แม้เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างเพิ่มขึ้นก็ตาม

 

เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ต้องการพัฒนาพลังขับเคลื่อนการผลิตรูปแบบใหม่ เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ตลอดจนรับมือภาวะประชากรลดลง และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการพึ่งพาตนเองเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ

 

หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวระหว่างเปิดประชุมและชื่นชมความสามารถของจีนในการรับมือมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับเตือนว่า ความร่วมมือพหุภาคีและการค้าเสรีกำลังเผชิญภัยคุกคามที่รุนแรง และประกาศเพิ่มงบประมาณกลาโหม รวมถึงงบวิจัยและพัฒนาอีก 7%

 

นอกจากนี้ ยังยอมรับว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญความไม่สมดุลอย่างรุนแรง ระหว่างอุปทานที่แข็งแกร่งกับอุปสงค์ที่อ่อนแอ รวมทั้งความเสี่ยงจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาระหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นที่อยู่ในระดับสูง

 

ความท้าทายดังกล่าวทำให้รัฐบาลจีนตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 ไว้ที่ 4.5–5% ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนหน้าที่ตั้งไว้ 5% โดยการเติบโตในปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มาจากการเกินดุลการค้าที่พุ่งขึ้น 20% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

 

 

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับนี้ยังให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการบริโภคภาคครัวเรือนอย่างมีนัยสำคัญตามคาด แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจน ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการปฏิรูปฝั่งอุปสงค์ลดลง

 

สงครามการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงหนึ่งทวีความรุนแรงจนมีลักษณะใกล้เคียงมาตรการคว่ำบาตรจากภาษีในระดับสามหลัก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานของจีนในฐานะเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรอง โดยจีนยังประกาศว่าจะรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันด้านแร่หายากต่อไป ขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตรยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะลดการพึ่งพาจีนในแร่เหล่านี้ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญตั้งแต่ชิป AI ไปจนถึงระบบป้องกันประเทศ

 

เฟรด นอยมันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียของ HSBC กล่าวว่า “รัฐบาลจีนยังคงมุ่งมั่นผลักดันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคอย่างมาก แรงจูงใจส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันกับสหรัฐฯ เพื่อควบคุมเทคโนโลยีแห่งอนาคต”

 

นอยมันน์ยังระบุว่า ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากอาจรู้สึกผิดหวังกับความคืบหน้าที่ชะลอตัวลงในการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการลงทุนไปสู่การบริโภค

 

ทั้งนี้ จีนมีสัดส่วนการลงทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ประมาณ 20 จุดเปอร์เซ็นต์ของ GDP ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกในระดับใกล้เคียงกัน สะท้อนโมเดลเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนและหนี้ภายใต้การกำกับของรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดกำลังการผลิตล้นเกินในอุตสาหกรรม ซึ่งเพิ่มแรงเสียดทานทางการค้ากับต่างประเทศ และกดดันภาวะเงินฝืดภายในประเทศ

 

ที่มา Reuters

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju