Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2026 หลังปริมาณน้ำมันที่ไหลเวียนผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเป็นเวลานานเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน นักวิเคราะห์คาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 77 ดอลลาร์ ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 79 ดอลลาร์ จากเดิม 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับคาดการณ์ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งอิงจากสมมติฐานว่า ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะอยู่ที่เพียง 5% ของระดับปกติเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวภายในเวลา 1 เดือนหลังจากนั้น ตลาดพลังงานเผชิญกับความปั่นป่วนจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ท่ามกลางความขัดแย้งที่ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 โดยยังไม่เห็นสัญญาณคลี่คลาย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในสองวัน ไม่เช่นนั้น สหรัฐฯ จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ระบุว่า “วิกฤตซัพพลายน้ำมันครั้งใหญ่นี้จะทำให้ผู้กำหนดนโยบายและตลาดรับรู้ถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง จากความเข้มข้นของการผลิตและกำลังสำรองในตะวันออกกลาง รวมถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” ขณะที่อุปทานน้ำมันที่พร้อมส่งมอบ แม้ว่าวิกฤตในตะวันออกกลางจะทำให้อุปทานน้ำมันในเอเชียตึงตัว แต่คลังน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์ฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปยังเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปทานน้ำมันโลกสูงกว่าความต้องการในช่วงก่อนเกิดสงคราม นักวิเคราะห์ระบุว่า การสูญเสียกำลังการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นจาก 11 ล้านบาร์เรลต่อวันในปัจจุบัน ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายใต้สถานการณ์สมมติว่า กำลังการผลิตจะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ภายในเวลา 4 สัปดาห์หลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ ซึ่งจะทำให้ยอดสะสมของปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไปอยู่ที่ 800 ล้านบาร์เรล ที่มา Bloomberg |