BJC อัดงบ 8 พันลบ. ลุยขยายสาขาและปรับปรุง "บิ๊กซี" พร้อมเปิดตัวไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งใหม่ “The Color” ย่านแจ้งวัฒนะ เล็งแผนเจาะตลาดสหรัฐฯ - ส่งบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้นต่างประเทศ ฝากรัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ - ออกคนละครึ่งพลัส นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่ม บริษัท เบอร์ ลี่ ยุค เกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยในงานประชุมคู่ค้าประจำปี “Big C Tenant Conference 2026” ภายใต้แนวคิด BIG VISION. BIG MOVE.: The Next Chapter of Big C Development โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - ปีนี้วางงบลงทุน 6,000 - 8,000 ล้านบาท ใช้ขยายสาขาใหญ่ และบิ๊กซี มินิ ประมาณ 200 สาขาพร้อมรีโนเวทสาขาขนาดเล็ก - ใหญ่รวมกว่า 300 แห่ง ทั้งนี้สำหรับการเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม จะเปิดตัวให้บริการปีนี้รวม 19 สาขา
- ปรับแนวคิดจากการดึงทราฟฟิกช่วงพีค สู่การสร้างทราฟฟิกคุณภาพและสม่ำเสมอ ผ่านการพัฒนาพื้นที่ คัดสรรร้านค้า และการตลาด เพื่อให้ลูกค้าอยากมาและกลับมาซ้ำ เพิ่มยอดขาย
- เปิดตัว "The Color" (เดอะ คัลเลอร์) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในย่านแจ้งวัฒนะ เป็นไลฟ์สไตล์มอลล์คอนเซ็ปต์ Color Your Life ตั้งเป้าเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ มีพื้นที่เช่า 28,000 ตารางเมตร คาดเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 1/70 โดยโมเดลดังกล่าว จะมีอีก 8 - 10 โครงการ ภายในปี 73 โดยการลงทุนในรูปแบบใหม่นี้ ถือว่าเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี
- ปัจจุบัน บิ๊กซี เปิดให้บริการหลากหลายฟอร์แมท รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,696 สาขา ได้แก่ ไฮเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 153 สาขา, มาร์เก็ต 36 สาขา, ฟู้ดเพลส 7 สาขา, บิ๊กซี มินิ 1,490 สาขา โดยคิดเป็นพื้นที่ค้าปลีก ราว 1.3 ล้านตารางเมตร และพื้นที่ให้เช่าราว 1.0 ล้านตารางเมตร โดยมีอัตราการเข้าใช้บริการ(Occupancy rate) 92% และมีฐานสมาชิกบิ๊กพอยต์อีก 22.1 ล้านราย ข้อมูล ณ ธ.ค. 68

- สนใจเข้าลงทุนห้างค้าปลีกในสหรัฐฯ ขนาดเล็ก ลักษณะ Flagship Store ขนาด 1,000 - 2,000 ตารางเมตร ยังอยู่ระหว่างพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพ บริเวณชายฝั่งตะวันออก (East Coast) และชายฝั่งตะวันตก (West Coast) เพื่อต่อยอดนำสินค้าในเครือ BJC เข้าจำหน่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น Walmart หรือ Costco ได้ง่ายขึ้น
- สนใจนำบริษัทในเครือ BJC เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด โดยสนใจใน 3 ตลาด ได้แก่ เวียดนาม สิงค์โปร และ อินโดนีเซีย
"เราอยู่ระหว่างพิจารณาข้อมูลว่าการระดมทุนในตลาด และรูปแบบใด ที่จะมีมูลค่าการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งเราดูทั้งตลาด และ Valuation " นางฐาปณีกล่าว - มองประเด็นการเมืองหลังเลือกตั้งเสร็จ จากนี้คงมีนโยบายช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ซึ่งจะเป้นผลดีต่อบริษัทฯ อย่างไรก้ตามอยากแนะนำมาตรการที่อยากผลักดัน ได้แก่ นโยบายกระตุ้นการจับจ่ายต่างๆ รวมถึงคนละครึ่งพลัส อยากให้ร้านค้าขนาดใหญ่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้
"โดยปกติเราคาดหวังการเติบโตของกลุ่ม BJC มากกว่าจีดีพีอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากรัฐบาลใหม่เข้ามาคงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเราเชื่อว่าผู้ใหญ่ด้านการเมืองที่เข้ามา คงจะมุ่งมั่นพัฒนาประเทศอยู่แล้ว ซึ่งภาคธุรกิจเริ่มขับเคลื่อนมาก่อนหน้า โดยเราคาดหวังมาตรการกระตุ้นการจับจ่าย และคนละครึ่งพลัส ให้ห้างใหญ่เข้าร่วม จะช่วยหนุนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจอีกทาง " นายอัศวินกล่าว

|