สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 15 ม.ค. 69 (อ้างอิงข้อมูลสรุปผลประกอบการ 4Q25) | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 45 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 42 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 40 | | บล.ฟินันเซีย ไซรัส | ซื้อ | 35 | | บล.พาย | ซื้อ | 32 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 30 | สรุปปัจจัยบวก
- กำไรสุทธิ 4Q25 เติบโตแข็งแกร่งทำ New High ดีกว่าที่ตลาดและโบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.บัวหลวง) - คุณภาพสินทรัพย์บริหารจัดการได้ดี NPL Ratio ปรับตัวลดลง และมีระดับ Coverage Ratio ที่สูงมาก ช่วยรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจได้ดี (บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) - ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL/Credit Cost) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสล่าสุด (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) - อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) น่าสนใจ คาดการณ์อยู่ในระดับ 5-6% (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) - ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยายตัว จากอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลงและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง (บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) - งบดุลแข็งแกร่งและระดับ D/E ต่ำ ทำให้มีความสามารถในการกู้ยืมและขยายธุรกิจได้อีกในอนาคต (บล.พาย, บล.กรุงศรี) - ธุรกิจใหม่ (ประกัน) คาดว่าจะเป็นตัวช่วยต่อยอดสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต (บล.กรุงศรี) - Valuation ปัจจุบันอยู่ในระดับไม่แพง ราคาหุ้นปรับฐานลงมาจนน่าสนใจเมื่อเทียบกับพื้นฐาน (บล.พาย, บล.บัวหลวง) สรุปปัจจัยลบ - เศรษฐกิจไทยชะลอตัว อาจกดดันการเติบโตของสินเชื่อในปี 2026 ให้ต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ (บล.พาย) - ความผันผวนทางเศรษฐกิจสูง ส่งผลให้ต้องปรับลดมูลค่าพื้นฐานลงเพื่อสะท้อนความเสี่ยง (บล.พาย) - แนวโน้มกำไร 1Q26 อาจลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) จากแนวโน้ม Credit Cost ที่อาจกลับมาสูงขึ้นตามฤดูกาล (บล.บัวหลวง) - สินเชื่อเช่าซื้อยังคงหดตัวต่อเนื่อง แม้ภาพรวมสินเชื่อบัตรเครดิตและส่วนบุคคลจะเติบโต (บล.ฟิลลิป) 
|