ตลท.ขึ้น CB หุ้น GGC ตั้งแต่ 11 ก.พ.69 หลังขาดทุน 3 ปีติด จนส่วนของผถห.ต่ำกว่า 100%

รูป ตลท.ขึ้น CB หุ้น GGC ตั้งแต่ 11 ก.พ.69 หลังขาดทุน 3 ปีติด จนส่วนของผถห.ต่ำกว่า 100%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.พ. 69 8:53: น.

 

ตลท.ประกาศขึ้น CB หุ้น GGC ตั้งแต่ 11 ก.พ.69 หลังขาดทุนสุทธิ 3 ปีติดต่อกัน จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงต่ำกว่า 100%

 

ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ได้ประกาศให้ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ขึ้นเครื่องหมาย CB ตั้งแต่ 11 ก.พ.69 เป็นต้นไป เนื่องจาก ผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 3 ปีติดต่อกันจนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้น < 100% ของทุนชำระแล้วสำหรับงบการเงิน ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.68

 

ทั้งนี้ ผลประกอบการประจําปี 68 ของ GGC รับรู้ขาดทุนสุทธิรวม จํานวน 684 ล้านบาท (-0.67 บาท/หุ้น) โดยมีรายได้จากการขายรวมทั้งหมด 19,909 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ร้อยละ 5 บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA จํานวน 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 26 ทั้งนี้ ในช่วง ไตรมาส 3/2568 บริษัทฯ รับรู้ค่าใช้จ่ายรายการพิเศษ จํานวน 231 ล้านบาท โดยเป็นการพิจารณาตาม หลักการบัญชีในการปรับลดการบันทึกมูลค่ายุติธรรมของที่ดินที่ถูกนํามาจํานอง (สุทธิด้วยภาษีเงินได้รอการ ตัดบัญชี)



บริษัทฯ มีรายได้จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์ จํานวน 11,655 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 5 ถึงแม้ว่าราคาขายเมทิลเอสเทอร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ตาม ทิศทางราคาน้ํามันปาล์มดิบ (CPO) ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ํามันปาล์มในตลาดโลก แต่ปริมาณการขายเมทิลเอสเทอร์ ปรับตัวลดลงร้อยละ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน โดยหลักมาจากการที่ภาครัฐปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล เป็น B5 จากเดิมที่ B7 ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สถานการณ์น้ําท่วมในหลายจังหวัดทางพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ ความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึง สถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ทางภาครัฐได้ออก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการเที่ยวดีมีคืน รวมถึงมาตรการตรึงราคา และลดราคาขายปลีกน้ํามันไบโอดีเซลผ่านการใช้กลไกของกองทุนน้ํามัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถชดเชย ผลกระทบจากการปรับลดสัดส่วนผสมน้ํามันไบโอดีเซลของประเทศ ที่ส่งผลให้ความต้องการเมทิลเอสเทอร์ปรับตัวลดลงได้

 

ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ Stock Loss & NRV จํานวน 13 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มี Adjusted EBITDA จํานวน 131 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จํานวน 10 ล้านบาท และมี Adjusted EBITDA Margin ที่ร้อยละ 1.1 อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมผลกระทบจํานวน Stock Loss & NRV ดังข้างต้นแล้ว ส่งผลให้ บริษัทฯ มี EBITDA จํานวน 118 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 59

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย