ธนชาตประกันภัย หวังปี 69 เบี้ยประกันภัยรับเติบโต 11% เดินหน้าขยายตลาดทั่วประเทศ มุ่งเน้นความเข้าใจลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ พร้อมยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยี และ บริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย ส่วนปี 68 ผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งในทุกมิติ นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 ธนชาตประกันภัย ประกาศเปิดเกมรุกตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปี 2568 จากโอกาสในหลายมิติ ซึ่งมุ่งเน้นการทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกยิ่งขึ้น โดยมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มที่ลูกค้าใช้รถยนต์นานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองมีความหลากหลาย และ แตกต่างกันตามระดับความกังวลต่อความเสี่ยง โดยมีรายละเอียดดังนี้ -ธนชาตประกันภัยได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมอีก 4 แบบ ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 One Save , ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ ฟิต , ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต และ ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 3 ให้สามารถรองรับทุกระดับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่ "เหมาะกับตัวเองได้จริง" ทั้งในแง่ของระดับความเสี่ยง ไลฟ์สไตล์ และ งบประมาณ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป -นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสสำคัญในตลาดประกันภัยบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการทำประกันภัยที่คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน (Property Insurance) เพียง 8% เท่านั้น เป็นเหตุมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยบ้าน ดังนั้น จึงได้วางบทบาทของตนเองไม่ใช่เพียงผู้ให้ความคุ้มครอง แต่เป็นผู้สร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อให้ตระหนักถึงความจำเป็นของการมีประกันภัยบ้าน และ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมรูปแบบที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และ การใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง -ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัยได้มีการเตรียมพร้อมด้านงานบริการอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามายกระดับประสบการณ์ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Technology + AI + Human Touch” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกจุดของ Customer Journey ตั้งแต่ขั้นตอนการขาย การพิจารณารับประกัน ไปจนถึงกระบวนการเคลมที่รวดเร็ว ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับ Human Touch อย่างต่อเนื่อง -พร้อมกันนี้ จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ การเติบโตในระยะต่อไปของธนชาตประกันภัยจะมาจากการขยายตลาดไปยังทุกภูมิภาค โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตร และ ช่องทางการขายต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ และ บริการของบริษัทได้ง่ายขึ้น -ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีทักษะการใช้เทคโนโลยี และ AI ในการทำงานได้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ พร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหนจะมีโมเดลใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ หรือ เทคโนโลยีใหม่เข้ามาทุกวัน สิ่งหนึ่งที่อุตสาหกรรมประกันภัยพิสูจน์มาเสมอ คือ เทคโนโลยีช่วยให้บริการดีขึ้นได้ แต่สุดท้าย Perception ที่ดี ความไว้วางใจกับการใช้บริการ ยังต้องถูกส่งต่อผ่านด้วยคนอยู่ดี “ด้วยกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีวินัยภายใต้แนวคิด Disciplined Growth, Endless Opportunities ธนชาตประกันภัยมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยปี 69 เป็นปีที่เราจะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม และ ความเข้าใจใน Insight ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง มั่นใจว่า เราจะไม่ใช่แค่ผู้รักษาตำแหน่งในตลาด แต่จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย” -ในปี 2568 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากการมามีบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัล และ การแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ ความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศยังก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว หรือ น้ำท่วม -ผลประกอบการในปี 2568 ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโต 1.55% และ มีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท พร้อมทั้งมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 537.7% และ มีสินทรัพย์รวม 17,465 ล้านบาท สะท้อนสถานะทางการเงินที่มั่นคง -โดยมาจากการวางรากฐานที่มั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและมีวินัย มีการพิจารณารับประกันภัยตามประเภทความเสี่ยง เช่น รถป้ายแดง รถทำตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการบริหารประกันภัยต่อ (Reinsurance) และ การรับมือภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล และ ดำเนินการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ |