หุ้นไทยฟื้นตัวบวกแรง 21 จุด ตามตลาดต่างประเทศ ทำดัชนีทะลุแนวต้าน 1,340 จุด หลังคลายความกังวลการเลือกประธานเฟดคนใหม่ ส่วนการเมืองในประเทศยังจำกัด Upside ตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรง 21.26 จุด ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ ทำดัชนีอยู่ที่ 1,342.68 จุด มูลค่าการซื้อขาย 20,121 ล้านบาท โดยมีหุ้น DELTA หนุนตลาดแล้วกว่า 8 จุด รวมถึง ADVANC-AOT-TRUE-GULF บล.ไอร่า คาดตลาดจะเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) คุณเควิน วอร์ช มีแนวโน้มจะคุมเข้มทางการเงินเพิ่มมากขึ้น หลังอ่อนตัวลงรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปบ้างแล้วในระดับหนึ่ง โดยดัชนี VIX Index กลับมาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงปกติที่ในระดับ 16.35 สะท้อนความกังวลและความผันผวนของตลาดเริ่มลดลง อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของ Dollar Index และ US-Bond Yield ยังคงเร่งตัวขึ้นเสริมคาดการณ์ถึงโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงในระยะหนึ่ง 
สำหรับปัจจัยภายในประเทศเราคาดว่าตลาดจะเข้าสู่การติดตามการเลือกตั้งใหญ่ของไทยในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเรายังคงมองมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยจำกัด Upside ของตลาดได้อยู่ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาของเราสถิติย้อนหลังการเลือกตั้ง 5 ครั้งล่าสุดของไทย ตลาดหุ้นไทยมักให้ผลตอบแทนเป็นลบในช่วง 1 และ 3 เดือนหลังการเลือกตั้งราว 0.75% และ 5.44% ตามลำดับ ขณะที่เรายังคงมุมมอง SET Index เริ่มกลับมาเทรดที่ระดับ Fwd PE 14.0x+/- แพงสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค และกลับมาอยู่ที่ระดับ -0.5 S.D. ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งหากพิจารณาแนวโน้มของ EPS ที่ยังอ่อนแอ (ราว 95.0+/-) ทำให้เรามองว่าระดับดังกล่าวทำให้ SET Index จะเริ่มตึงตัวมากขึ้น ด้าน บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) คาดการณ์กรอบ SET Index 1,315-1,340 จุด โดย SET มีแนวโน้ม Technical rebound ในวันนี้ตามสินทรัพย์เสี่ยงโลกหลังโดนเทขายอย่างหนักในเมื่อวาน (Black Monday) ทั้งจากการวาง Margin (Margin Call) และ การแข็งค่าของ USD (Buy Dollar, Sell everything) ด้าน บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,300 – 1,340 ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในกรอบ หลังจากเช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคดีดตัวขึ้นแรงตามตลาดหุ้นในสหรัฐ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเลือก Selective Buy เพราะมองว่าตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยบวกหนุน ในระยะสั้นเลือก Trading ในหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC TU) กลุ่มท่องเที่ยว (AWC, CENTEL, ERW, MINT) รับเงินบาทที่อ่อนค่า กลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN) 
|