BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.60-33.40 บาท/ดอลลาร์ ติดตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ-สงครามตะวันออกกกลาง

รูป BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.60-33.40 บาท/ดอลลาร์ ติดตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ-สงครามตะวันออกกกลาง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 มี.ค. 69 12:26 น.

 

BAY มองแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.60-33.40 บาท/ดอลลาร์ ติดตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลางใกล้ชิด

 

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-33.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.72 บาท/ดอลลาร์ 

 

- เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ หลังจากธนาคารกลางหลักนอกสหรัฐฯส่งสัญญาณความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อมากขึ้น

 

- ขณะที่เหตุการณ์โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางตอกย้ำความเสี่ยงต่อภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานที่รุนแรงและยาวนาน ควบคู่ไปกับการปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

 

- พัฒนาการดังกล่าวบดบังความสนใจของตลาดที่มีต่อการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด )ซึ่งคงดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.50-3.75% ตามคาด โดยประธานเฟดเน้นย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของช็อกด้านราคาพลังงานต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

- ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี) และธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) คงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75%, 3.75% และ 2.00% ตามลำดับ


 
ภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้

- มองว่านักลงทุนจะยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯเป็นสำคัญ

 

- อนึ่ง ประธานเฟดระบุว่าต้องการเห็นความคืบหน้าในการปรับตัวลงของเงินเฟ้อในปีนี้เป็นเงื่อนไขเพื่อลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายของเฟด แม้ค่ากลาง Dot Plot ชุดล่าสุดยังคงยึดตามแผนเดิมที่จะลดดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้

 

- เฟดประเมินว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯมีความเสี่ยงด้านขาลง ทำให้เฟดต้องชั่งน้ำหนักความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง

 

- มองว่าหากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อไป เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียรวมถึงเงินบาทซึ่งถูกแรงกระแทกจากทั้งราคาน้ำมันและทองคำ
 

- ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลการค้าเดือนก.พ.ของไทย

 

- ด้านรองผู้ว่าการธปท.ประเมินว่าผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจมากถึง 0.7% หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปถึงช่วงครึ่งหลังของปี 69

 

- ขณะที่การรักษาเสถียรภาพทางการเงินยังคงจำเป็น โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ 1.00% ถือว่าอยู่ในระดับผ่อนคลายอย่างเหมาะสมแล้ว

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย