ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.ก้าวไกล ปมแก้ไข ม.112

รูป ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.ก้าวไกล ปมแก้ไข ม.112

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.พ. 69 9:05: น.

 

ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.ก้าวไกล เสนอกฎหมายแก้ไขม.112 ฐานไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งศาลฎีกาวินิจฉัยภายใน 30 วัน

 

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ปปช.มีมติมูลความผิดนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับอดีต สส.ก้าวไกล รวม 44 คน คดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ ร้ายแรง ดังนั้น ที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องและความเห็นต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีมติในวันที่ 9 ก.พ. 2569

 

ทั้งนี้การด้ำเนินการเป็นไป ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เคยแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. พรรคก้าวไกล กับพวกรวม 44 คน กรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ว่าจะจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาภายในเดือน ธ.ค. 2568 นั้น

 

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของนายพิธาและผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ได้ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1) โดยมีเจตนามุ่งประสงค์จะลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติในการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

 

การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังได้นำเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. ดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง การกระทำของนายพิธาที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. โดยมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนออีก 43 คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น 44 คน

 

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่ามิได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ โดยมิได้มีเจตนาร่วมกันแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจนว่าต่างคนต่างกระทำในการเสนอญัตติ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 ม.ค. 2567

 

สำหรับรายชื่ออดีต 44 ส.ส. ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล, นายนิติพล ผิวเหมาะ, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม, นายวรภพ วิริยะโรจน์, นายคำพอง เทพาคำ, นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, นายองค์การ ชัยบุตร, นายมานพ คีรีภูวดล ,นายวาโย อัศวรุ่งเรือง, น.ส.วรรณวิภา ไม้สน, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, นายรังสิมันต์ โรม, นายสุรวาท ทองบุ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, นายธีรัจชัย พันธุมาศ, น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน, นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์, นายจรัส คุ้มไข่น้ำ, นายศักดินัย นุ่มหนู, นายวุฒินันท์ บุญชู

 

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี, น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์, นายทองแดง เบ็ญจะปัก, พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์, นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, นายทวีศักดิ์ ทักษิณ และนายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล

 

ส่วนอีก 8 ราย เป็นกลุ่มที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ประกอบด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, น.ส.เบญจา แสงจันทร์, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, นายสุเทพ อู่อ้น, นายอภิชาติ ศิริสุนทร, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา และนายสมชาย ฝั่งชลจิตร

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย