23 เม.ย. 2569 13:00 น.TFM ชู “Efficiency–Low Carbon” หนุนกุ้งไทยสู่ตลาดพรีเมียม รับเกมการค้าโลกใหม่ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนTFM ชู “Efficiency–Low Carbon” หนุนกุ้งไทยสู่ตลาดพรีเมียม รับเกมการค้าโลกใหม่ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 69 13:00 น. TFM ชู “Efficiency–Low Carbon” หนุนกุ้งไทยสู่ตลาดพรีเมียม รับเกมการค้าโลกใหม่ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนTFM เผยอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และกติกาการค้าโลกใหม่ ที่ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งยกระดับการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานสู่แนวทาง Low Carbon เป็นกลไกสำคัญในการรักษาความสามารถแข่งขัน ควบคู่การสนับสนุนเกษตรกรปรับตัวผ่านนวัตกรรมอาหารสัตว์น้ำและการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับสู่ตลาดพรีเมียม และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวนายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยในงาน “Thai Union Synergy 2026” ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมกุ้งในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการสินค้าคุณภาพสูงในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการแข่งขันได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการไม่สามารถพึ่งพาปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนต่อหน่วย และประสิทธิภาพการเลี้ยง ควบคู่กับการตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืนที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาด“วันนี้อุตสาหกรรมไม่ได้แข่งขันกันที่ว่าใครผลิตได้มากที่สุด แต่แข่งขันกันที่ใครบริหารต้นทุนได้ดีกว่า และปรับตัวต่อความเสี่ยงได้เร็วกว่า” นายพีระศักดิ์ กล่าวอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือแนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักอย่างปลาป่นที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกลายเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไปภายใต้บริบทดังกล่าว TFM ได้วาง “6 กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของธุรกิจกุ้งปี 2569” เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ ได้แก่ (1) การเข้าใจตลาดโลกและเลือกจังหวะการขายให้เหมาะสม (2) การวางแผนการเลี้ยงให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการบริหาร “ไซส์กุ้ง” เช่น กุ้งขนาด 60–70 ตัว ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในตลาดเอเชียและร้านอาหาร ขณะที่กุ้งขนาดใหญ่ 20–30 ตัว เหมาะกับตลาดพรีเมียมและตลาดในประเทศ รวมถึงการบริหารจังหวะจับขายให้สอดคล้องกับรอบคำสั่งซื้อ ควบคู่กับ (3) การควบคุมต้นทุนอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ (4) การยกระดับคุณภาพสินค้าและสร้างความแตกต่างผ่าน “กุ้งคาร์บอนต่ำ” (Lower Carbon Shrimp) (5) การนำข้อมูลและ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง เพื่อลดต้นทุนแฝง และ (6) การสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรม (Synergy) ทั้งด้านการผลิตและการตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอย่างยั่งยืนด้านนายปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์น้ำ และ Marine ingredients บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า เทรนด์ความยั่งยืนได้กลายเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมกุ้งโลกอย่างชัดเจน โดยอ้างอิงผลการศึกษาวัฏจักรการผลิต (Life Cycle Assessment: LCA) ของ Global Shrimp Forum Foundation (2025) พบว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมกุ้งมาจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ (1) กระบวนการผลิตและจัดหาอาหารกุ้ง คิดเป็นประมาณ 41% ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบ เช่น การทำประมงเพื่อผลิตปลาป่น และการเพาะปลูกวัตถุดิบอย่างถั่วเหลือง (2) กระบวนการเลี้ยงในฟาร์ม ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดราว 47% จากการใช้พลังงาน การจัดการน้ำ และของเสียภายในบ่อเลี้ยง และ (3) กระบวนการแปรรูป คิดเป็นประมาณ 8% ครอบคลุมตั้งแต่การรวบรวมผลผลิต การจัดเก็บในห้องเย็น ไปจนถึงการแปรรูปก่อนถึงผู้บริโภคทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง” และ “อาหารสัตว์น้ำ” เป็นจุดสำคัญในการบริหารจัดการคาร์บอนของทั้งห่วงโซ่อุปทานขณะเดียวกัน การที่บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ได้รับการรับรองจาก Aquaculture Stewardship Council (ASC) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งถือเป็นเกณฑ์พื้นฐานสำคัญสำหรับการเข้าสู่ตลาดพรีเมียมในปัจจุบันในอีกด้านหนึ่ง ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของโลกเริ่มยกระดับเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคาร์บอนต่ำและตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อรองรับทิศทางดังกล่าว TU และ TFM ได้พัฒนาและต่อยอดโครงการ “กุ้งคาร์บอนต่ำ” อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งการปรับสูตรอาหารการคัดเลือกวัตถุดิบที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่ารวมถึงการสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกในฟาร์ม เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์โดยไม่ต้องลงทุนล่วงหน้า เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กันนอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายโอกาสทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำโครงการกุ้งคาร์บอนต่ำไปนำเสนอในงาน Seafood Expo North America ณ เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจในระดับสากลอย่างดีนายพีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การปรับตัวของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรับมือกับความท้าทายระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ของการแข่งขันในอนาคต โดย TFM มุ่งสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้กุ้งไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลกอย่างยั่งยืน efinAIแท็กที่เกี่ยวข้องข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 69 13:00 น. TFM ชู “Efficiency–Low Carbon” หนุนกุ้งไทยสู่ตลาดพรีเมียม รับเกมการค้าโลกใหม่ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนTFM เผยอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และกติกาการค้าโลกใหม่ ที่ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งยกระดับการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานสู่แนวทาง Low Carbon เป็นกลไกสำคัญในการรักษาความสามารถแข่งขัน ควบคู่การสนับสนุนเกษตรกรปรับตัวผ่านนวัตกรรมอาหารสัตว์น้ำและการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับสู่ตลาดพรีเมียม และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวนายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยในงาน “Thai Union Synergy 2026” ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมกุ้งในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการสินค้าคุณภาพสูงในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการแข่งขันได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการไม่สามารถพึ่งพาปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนต่อหน่วย และประสิทธิภาพการเลี้ยง ควบคู่กับการตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืนที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาด“วันนี้อุตสาหกรรมไม่ได้แข่งขันกันที่ว่าใครผลิตได้มากที่สุด แต่แข่งขันกันที่ใครบริหารต้นทุนได้ดีกว่า และปรับตัวต่อความเสี่ยงได้เร็วกว่า” นายพีระศักดิ์ กล่าวอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือแนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักอย่างปลาป่นที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกลายเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไปภายใต้บริบทดังกล่าว TFM ได้วาง “6 กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของธุรกิจกุ้งปี 2569” เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ ได้แก่ (1) การเข้าใจตลาดโลกและเลือกจังหวะการขายให้เหมาะสม (2) การวางแผนการเลี้ยงให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการบริหาร “ไซส์กุ้ง” เช่น กุ้งขนาด 60–70 ตัว ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในตลาดเอเชียและร้านอาหาร ขณะที่กุ้งขนาดใหญ่ 20–30 ตัว เหมาะกับตลาดพรีเมียมและตลาดในประเทศ รวมถึงการบริหารจังหวะจับขายให้สอดคล้องกับรอบคำสั่งซื้อ ควบคู่กับ (3) การควบคุมต้นทุนอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ (4) การยกระดับคุณภาพสินค้าและสร้างความแตกต่างผ่าน “กุ้งคาร์บอนต่ำ” (Lower Carbon Shrimp) (5) การนำข้อมูลและ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง เพื่อลดต้นทุนแฝง และ (6) การสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรม (Synergy) ทั้งด้านการผลิตและการตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอย่างยั่งยืนด้านนายปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์น้ำ และ Marine ingredients บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า เทรนด์ความยั่งยืนได้กลายเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมกุ้งโลกอย่างชัดเจน โดยอ้างอิงผลการศึกษาวัฏจักรการผลิต (Life Cycle Assessment: LCA) ของ Global Shrimp Forum Foundation (2025) พบว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมกุ้งมาจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ (1) กระบวนการผลิตและจัดหาอาหารกุ้ง คิดเป็นประมาณ 41% ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบ เช่น การทำประมงเพื่อผลิตปลาป่น และการเพาะปลูกวัตถุดิบอย่างถั่วเหลือง (2) กระบวนการเลี้ยงในฟาร์ม ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดราว 47% จากการใช้พลังงาน การจัดการน้ำ และของเสียภายในบ่อเลี้ยง และ (3) กระบวนการแปรรูป คิดเป็นประมาณ 8% ครอบคลุมตั้งแต่การรวบรวมผลผลิต การจัดเก็บในห้องเย็น ไปจนถึงการแปรรูปก่อนถึงผู้บริโภคทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง” และ “อาหารสัตว์น้ำ” เป็นจุดสำคัญในการบริหารจัดการคาร์บอนของทั้งห่วงโซ่อุปทานขณะเดียวกัน การที่บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ได้รับการรับรองจาก Aquaculture Stewardship Council (ASC) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งถือเป็นเกณฑ์พื้นฐานสำคัญสำหรับการเข้าสู่ตลาดพรีเมียมในปัจจุบันในอีกด้านหนึ่ง ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของโลกเริ่มยกระดับเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคาร์บอนต่ำและตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อรองรับทิศทางดังกล่าว TU และ TFM ได้พัฒนาและต่อยอดโครงการ “กุ้งคาร์บอนต่ำ” อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งการปรับสูตรอาหารการคัดเลือกวัตถุดิบที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่ารวมถึงการสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกในฟาร์ม เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์โดยไม่ต้องลงทุนล่วงหน้า เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กันนอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายโอกาสทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำโครงการกุ้งคาร์บอนต่ำไปนำเสนอในงาน Seafood Expo North America ณ เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจในระดับสากลอย่างดีนายพีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การปรับตัวของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรับมือกับความท้าทายระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ของการแข่งขันในอนาคต โดย TFM มุ่งสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้กุ้งไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลกอย่างยั่งยืน