TOP ประกาศผลงานไตรมาส 4/68 แข็งแกร่ง จากค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลกำไร 2,458 ล้านบาท หนุนทั้งปีมีกำไร 14,584 ล้านบาท โต 46.5% จากบุ๊กกำไรซื้อคืนหุ้นกู้ - เงินลงทุนบริษัทร่วม จากเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุน ลดหนี้ เสริมเสถียรภาพทางการเงิน นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 และ ภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี 2568 ดังนี้ ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 - กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 2,458 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 2,147 ล้านบาท จากปัจจัยค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าดเทียบกับน้ำมันดิบดูไบ - อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัว หลังโรงกลั่นรัสเซียได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน ทำให้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปลดลง ประกอบกับการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นหลายแห่งในภูมิภาค - กำไรขั้นต้นจากธุรกิจอะโรเมติกส์ ปรับเพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Optimization) หลังปิดซ่อมบำรุงในไตรมาสก่อนหน้า - กำไรขั้นต้นจากธุรกิจผลิตสารตั้งต้น สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ปรับตัวสูงขึ้น จากการชะลอการดำเนินการของผู้ผลิตในภูมิภาค - กำไรขั้นต้นจากธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน ปรับเพิ่มขึ้น จากส่วนต่างราคายางมะตอยกับน้ำมันเตาที่สูงขึ้น - ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 3,461 ล้านบาท ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง เนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ยกเลิกมาตรการปรับลดกำลังการผลิต พร้อมทยอยปรับเพิ่มกำลังการผลิต 137,000 บาร์เรลต่อวันในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 
ภาพรวมผลดำเนินงานปี 68 - กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 14,584 ล้านบาท หรือเท่ากับ 6.53 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,625 ล้านบาท หรือ - บันทึกกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้สกุลดอลลาร์ จำนวน 4,042 ล้านบาท - รับรู้ส่วนแบ่งกำไรพิเศษจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จากการต่อรองราคเข้าซื้อธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 7,371 ล้านบาท ภาระหนี้สิน ในปี 2568 ลดระดับหนี้สินทั้งสิ้นประมาณ 933 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย 1. การซื้อคืนหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐจำนวนประมาณ 633 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2. ชำระคืนเงินกู้ระยะยาวล่วงหน้า (long-term loan prepayment) จำนวนประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรั 3. ได้รับเงินสดจาก Asset Monetization จำนวน 18,230 ล้านบาท นำไปลดระดับหนี้สิน ผ่านการซื้อคืนหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐ จำนวนประมาณ 550 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคม 2569 ภาพรวมธุรกิจปี 2569 - ครึ่งแรกปี 2569 ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 เนื่องจากภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด - ตลาดน้ำมันยังคงเผชิญความผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่อรัสเซีย การเจรจาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จ - ค่าการกลั่นช่วงไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันดีเซล และน้ำมันก๊าด/น้ำมันอากาศยาน สำหรับทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวอยู่ในระดับสูง - อุปทานน้ำมันสำเร็จรูป เผชิญแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรของยุโรปต่อการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตจากน้ำมันดิบรัสเซีย - แนวโน้มการปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องของโรงกลั่นในยุโรปและสหรัฐฯ และเริ่มดำเนินการของโรงกลั่นขนาดใหญ่ในจีน อินเดีย เม็กซิโก และไนจีเรีย "ไทยออยล์ยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรองรับกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ควบคู่กับการเร่งขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้เดินหน้าตามแผนงาน มุ่งบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และยึดหลัก ESG เป็นกรอบการดำเนินธุรกิจ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงขององค์กรอย่างยั่งยืน" 
|