เงินเฟ้อสหรัฐฯ เม.ย. พุ่ง 3.8% สูงสุดในรอบ 3 ปี หลังสงครามอิหร่านทำราคาน้ำมันพุ่ง

รูป เงินเฟ้อสหรัฐฯ เม.ย. พุ่ง 3.8% สูงสุดในรอบ 3 ปี หลังสงครามอิหร่านทำราคาน้ำมันพุ่ง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 69 10:51 น.

เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นในเดือนเม.ย. สู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบสามปี เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากภาวะสงครามอิหร่าน ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทปรับตัวขึ้น

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) เพิ่มขึ้นแตะ 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2023 เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.7%

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน แตะที่ 2.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2025 โดยเพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนมี.ค. และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.7%

ทั้งนี้ ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นถึง 17.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2022 เมื่อเทียบกับระดับ 12.5% ในเดือนมี.ค. ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น 28.4% และน้ำมันทำความร้อนที่พุ่งสูงถึง 54.3% นอกจากนี้ เงินเฟ้อในหมวดที่พักอาศัยยังเร่งตัวขึ้นแตะ 3.3% และหมวดอาหารอยู่ที่ 2.3%

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านในการยุติสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อิหร่านยังคงเดินหน้าจำกัดการส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมัน เช่น น้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงอากาศยาน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยข้อมูลจากดัชนีราคาผู้บริโภคระบุว่า ราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่งขึ้นประมาณ 50% นับตั้งแต่เกิดสงครามกับอิหร่าน และเพิ่มขึ้น 28.4% ตลอดทั้งปี

ข้อมูลจาก AAA ระบุว่า ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าน้ำมันเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 4.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ณ วันอังคาร (12 พ.ค.) เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.14 ดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ค่าโดยสารสายการบินยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.7% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยสตีเฟน เคตส์ นักวิเคราะห์การเงินจาก Bankrate ให้ความเห็นว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงนี้สะท้อนชัดว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงอากาศยานได้ส่งผ่านไปยังผู้เดินทางโดยตรง

วิกฤตราคาน้ำมันยังสร้างกดดันให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยไบรอัน เบธูน จาก Boston College อธิบายว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าหมวดอาหารที่ส่งผ่านไปยังร้านค้า ซึ่งต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่ค่าส่วนต่างจากราคาน้ำมันที่ระบุไว้ในสัญญาจะส่งผลกระทบทั้งระบบ นอกจากนี้ ราคาปุ๋ย ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลให้ต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้น

ที่มา CNBC


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย