ข่าวหุ้นไทย5 มี.ค. 2569 13:52 น.สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ผนึกกำลัง 8 เอกชนไทย ลงนามความร่วมมือผลักดันโครงการต่อเรือรบขนาดใหญ่ในประเทศ วางรากฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่มาตรฐานสากลสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ผนึกกำลัง 8 เอกชนไทย ลงนามความร่วมมือผลักดันโครงการต่อเรือรบขนาดใหญ่ในประเทศ วางรากฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่มาตรฐานสากลTranslatestar_borderModal Upgrade PackageModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 69 13:52 น. สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ผนึกกำลัง 8 เอกชนไทย ลงนามความร่วมมือผลักดันโครงการต่อเรือรบขนาดใหญ่ในประเทศ วางรากฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่มาตรฐานสากลสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ร่วมมือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อเรือชั้นนำของประเทศ 8 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อบูรณาการศักยภาพภาคเอกชนไทยในการผลักดันโครงการต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศ รองรับภารกิจของกองทัพเรือและหน่วยงานด้านความมั่นคง พร้อมยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืนนายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการเข้าดำเนินโครงการต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ในประเทศที่มีความซับซ้อนสูง ทั้งในด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และการสนับสนุนทางการเงิน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้และห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างเป็นระบบที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถพัฒนาขีดความสามารถจากการต่อเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ไปสู่การต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (OPV) ภายในประเทศได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอู่ต่อเรือและบุคลากรไทย เพื่อยกระดับไปสู่การต่อสร้างเรือขนาดใหญ่กว่าเดิม เช่น เรือฟริเกต หรือเรือที่มีภารกิจเทียบเท่า ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านอุตสาหกรรม แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงทางอุตสาหกรรม (Industrial Security) และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาค” นายสุรเดช กล่าวความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของผู้ประกอบการไทย 8 แห่ง สร้าง Local Capability เชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีเครสท์ มารีน จำกัด, บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท ไทยอินเตอร์เนชันแนล ด๊อคยาร์ด จำกัด, บริษัท มาริอาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ลันตาครูซ จำกัด, บริษัท อู่ปราการกลการ จำกัด โดยใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละราย เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมต่อกองทัพเรือและหน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทย สำหรับการดำเนินโครงการต่อเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณด้านกลาโหม แต่ยังลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงทางอุตสาหกรรม (Industrial Security) และวางรากฐานให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการต่อสร้าง ซ่อมบำรุง และบำรุงรักษาเรือขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ efinAI
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 69 13:52 น. สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ผนึกกำลัง 8 เอกชนไทย ลงนามความร่วมมือผลักดันโครงการต่อเรือรบขนาดใหญ่ในประเทศ วางรากฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่มาตรฐานสากลสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ร่วมมือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อเรือชั้นนำของประเทศ 8 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อบูรณาการศักยภาพภาคเอกชนไทยในการผลักดันโครงการต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศ รองรับภารกิจของกองทัพเรือและหน่วยงานด้านความมั่นคง พร้อมยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืนนายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการเข้าดำเนินโครงการต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ในประเทศที่มีความซับซ้อนสูง ทั้งในด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และการสนับสนุนทางการเงิน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้และห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างเป็นระบบที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถพัฒนาขีดความสามารถจากการต่อเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ไปสู่การต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (OPV) ภายในประเทศได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอู่ต่อเรือและบุคลากรไทย เพื่อยกระดับไปสู่การต่อสร้างเรือขนาดใหญ่กว่าเดิม เช่น เรือฟริเกต หรือเรือที่มีภารกิจเทียบเท่า ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านอุตสาหกรรม แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงทางอุตสาหกรรม (Industrial Security) และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาค” นายสุรเดช กล่าวความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของผู้ประกอบการไทย 8 แห่ง สร้าง Local Capability เชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีเครสท์ มารีน จำกัด, บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท ไทยอินเตอร์เนชันแนล ด๊อคยาร์ด จำกัด, บริษัท มาริอาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ลันตาครูซ จำกัด, บริษัท อู่ปราการกลการ จำกัด โดยใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละราย เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมต่อกองทัพเรือและหน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทย สำหรับการดำเนินโครงการต่อเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณด้านกลาโหม แต่ยังลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงทางอุตสาหกรรม (Industrial Security) และวางรากฐานให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการต่อสร้าง ซ่อมบำรุง และบำรุงรักษาเรือขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้