เทรดเดอร์ในตลาดออปชันเพิ่มมุมมองว่า เงินหยวนจะอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025 หลังค่าเงินของจีนแข็งค่าขึ้นอย่างร้อนแรง โดยมีสัญญาณต้นทุนฝั่ง Call option เพื่อป้องกันความเสี่ยงหยวนอ่อนค่าขยับสูงขึ้น ท่ามกลางการแข็งค่าต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 และมีแนวโน้มทำสถิติแข็งค่ารายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2024 Risk reversals ของเงินหยวนในตลาดต่างประเทศขยับเข้าสู่แดนบวกต่อเนื่องเป็นวันที่สอง สะท้อนว่านักลงทุนยอมจ่ายเงินประกันสูงกว่าสำหรับ Call option ที่เดิมพันว่าอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-หยวนจะปรับตัวสูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มากกว่า Put option ที่คาดว่าคู่เงินดังกล่าวจะอ่อนค่าลงในช่วงเวลาเดียวกัน เทรดเดอร์ในตลาดออปชันยังเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่ทางการจีนจะออกมาตรการสกัดการแข็งค่าของสกุลเงินเพิ่มเติม หลังจากเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อชะลอการแข็งค่าของหยวน ภายหลังจากที่ค่าเงินปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายเดือน ทั้งในจีนและตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าแนวโน้มอาจไม่เอื้ออำนวยนัก แม้ช่วงสองเดือนแรกของปีมักเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรว่าเงินหยวนจะแข็งค่า โดยเงินหยวนมักอ่อนค่าต่อเนื่องตั้งแต่เดือนก.พ. ไปอีกประมาณสองเดือนจนถึงช่วงกลางปี ตามสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มมีการซื้อขายเงินหยวนในตลาดต่างประเทศ นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า “รูปแบบความเคลื่อนไหวในอดีตบ่งชี้ว่าเงินดอลลาร์เทียบสกุลเงินเอเชียมักทำจุดต่ำสุดในช่วงตรุษจีน โดยนักลงทุนสถาบันและภาคธุรกิจจะเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงและนำเงินกลับประเทศก่อนวันหยุด หลังผ่านช่วงวันหยุด การอ่อนค่าของค่าเงินจึงมักเกิดขึ้นในวงกว้าง” Risk reversals ของคู่สกุลเงินดอลลาร์-หยวน (USD/CNH) ในสัญญาอายุ 1 เดือน ซื้อขายที่ราว 0.43% ในวันพุธ โดยเอียงไปทาง Call option และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับสมดุล ขณะที่ Risk reversals ของสัญญาอายุ 3 เดือนปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 มาอยู่ที่ 0.39% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. 2025 นอกเหนือจากปัจจัยตามฤดูกาลแล้ว ช่วงเวลาที่เทรดเดอร์คาดการณ์แนวโน้มค่าเงินหยวนยังครอบคลุมช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบกันที่กรุงปักกิ่งในช่วงปลายเดือนมี.ค. เพื่อหารือด้านการค้าและการลงทุน โดยระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา (State of the Union) เมื่อวันอังคาร ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวถึงจีนโดยตรง และงดพูดถึงการแข่งขันทางเศรษฐกิจเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษ ที่มา Bloomberg 
|