TOP เผยปี 69 จ่อบันทึกกำไรเพิ่มเติมอีก 600 ลบ. หลังซื้อหุ้นกู้คืนมูลค่า 550 ล้านดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ประเมินราคาน้ำมันดิบปีนี้ส่อลดลง เหตุภาวะกำลังผลิตที่ยังล้นตลาด พร้อมมั่นใจกำไรธุรกิจโรงกลั่นยังแข็งแกร่ง หลังค่าการกลั่น (GRM) ตลาดสิงคโปร์ Q1/69 อยู่ที่ 6.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นางธาริกา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการเงิน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" ถึงภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 และทั้งงวดปี 68 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ 
- คาดจะมีการบันทึกกำไรเพิ่มเติมจากการซื้อหุ้นกู้คืนอีกประมาณ 600 ล้านบาทภายในปีนี้ หลังมีการมีการซื้อหุ้นกู้คืนมูลค่า 550 ล้านดอลลาร์ ในช่วงไตรมาส 1/69 ที่ผ่านมา - บริษัทได้ดำเนินโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด (Asset Monetization) โดยการนำทรัพย์สินประเภทโครงสร้างพื้นฐานแปลงเป็นการให้เช่าและบริษัทได้ดำเนินการเช่ากลับ ซึ่งส่งผลให้บริษัทได้รับเงินสดมาราว 18,230 ล้านบาท - คาดราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้ปรับตัวลดลง จากปีก่อนที่เฉลี่ยอยู่ 69.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากภาวะซัพพลายหรือกำลังผลิตน้ำมันที่ยังล้นตลาดอยู่ อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามปัยหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง - กำไรของธุรกิจโรงกลั่นยังคงแข็งแกร่ง หลังค่าการกลั่น (GRM) ตลาดสิงคโปร์ช่วงไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 6.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีแรงหนุนจากการปิดตัวลงของโรงกลั่นในสหรัฐและยุโรป ประกอบความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานต์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามทิศทางตลาดน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากซัพพลายที่เพิ่มมากขึ้น - โครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project หรือ CFP) มีความคืบหน้ามากขึ้น หลังมีการจัดจ้างผู้รับเหมาในส่วนงานที่สำคัญและกำลังจัดหาคนงานเข้ามาดำเนินการก่อสร้าง พร้อมได้รับการอนุมัติเพิ่มเงินลงทุนได้อีก 1,776 ล้านดอลลาร์ จากการจัดประชุม AGM ในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
- บริษัทได้รับการสนับสนุนจาก ปตท. ในการขยายระยะเวลาเครดิตสำหรับการจัดซื้อน้ำมันดิบของ TOP เพิ่มขึ้นเป็น 65,000 ล้านบาท จากเดิมที่ 45,000 ล้านบาท

|