ไอแบงก์ร่วมกับสำนักจุฬาราชมนตรี และ UNHCR จัด “Ramadan Table 2026” เชื่อมพลังศรัทธาไทยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยโลก

รูป ไอแบงก์ร่วมกับสำนักจุฬาราชมนตรี และ UNHCR จัด “Ramadan Table 2026” เชื่อมพลังศรัทธาไทยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยโลก

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 17:27 น.

 

 
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมกับ สำนักจุฬาราชมนตรี และ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย จัดงานเลี้ยงละศีลอด “Ramadan Table 2026 – โต๊ะรอมฎอนเพื่อผู้ลี้ภัย” ณ มัสยิดอิมาร่อตุ๊ดดีน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมพลังศรัทธาของพี่น้องมุสลิมไทย ผ่านการบริจาคซะกาตเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นทั่วโลก ซึ่งท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งและความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก อันส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น พลังแห่งความเมตตาและการแบ่งปันจากประเทศไทยยังคงถูกส่งต่อไปยังเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเผชิญความทุกข์ยากอย่างต่อเนื่อง

 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย ภาคีเครือข่าย และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างสถาบันศาสนา ภาคการเงิน และองค์กรด้านมนุษยธรรม ในการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ที่กำลังเผชิญวิกฤตจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก

 

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การละศีลอด หรือ “อิฟฏอร (Iftar)” เป็นช่วงเวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในเดือนรอมฎอน ซึ่งชาวมุสลิมจะยุติการถือศีลอดที่ปฏิบัติตลอดวัน โดยมักเริ่มต้นด้วยการรับประทานอินทผลัมและดื่มน้ำ ก่อนร่วมรับประทานอาหารและประกอบศาสนกิจร่วมกัน บรรยากาศของการละศีลอดจึงเป็นช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น การแบ่งปัน และการระลึกถึงผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบากในสังคม อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ของโลกที่กำลังเผชิญความขัดแย้ง ความไม่สงบ และ การพลัดถิ่น ผู้คนจำนวนมากไม่สามารถละศีลอดได้อย่างพร้อมหน้าในครอบครัว หรือแม้แต่ขาดแคลนอาหารพื้นฐานในการละศีลอด ซึ่งยิ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการแบ่งปันและการช่วยเหลือผ่านซะกาตและการบริจาคในเดือน อันประเสริฐนี้ ไอแบงก์จึงร่วมให้การสนับสนุนกับ UNHCR และภาคีเครือข่ายในการจัดโครงการ “รอมฎอนนี้เพื่อพี่น้องและทานประจำปีซะกาต” โดยรวบรวมพลังศรัทธาจากพี่น้องมุสลิมและประชาชนในประเทศไทย เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นผ่านโครงการดังกล่าวได้เกือบ 10 ล้านคน ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

 

ประเทศไทยแม้จะมีประชากรมุสลิมเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลกมุสลิม แต่กลับเป็นประเทศ ที่มีการบริจาคซะกาตเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและน้ำใจของสังคมไทยที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบาก

 

“ซะกาตไม่เพียงเป็นหน้าที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสมดุลในสังคม และเป็นพลังสำคัญในการส่งต่อความหวังให้กับผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ยาก อีกทั้งพี่น้องต่างศาสนิกก็สามารถร่วมบริจาคซะกาตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้เช่นกัน” ดร.ทวีลาภ กล่าว

 

ไอแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการจ่ายซะกาตให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักศาสนา โดยได้พัฒนาช่องทางการบริจาคซะกาตผ่าน “ibank Application” โมบายแบงก์กิ้งไอแบงก์ที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องมุสลิมสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างมั่นใจ รวมถึงเปิดโอกาสให้พี่น้องต่างศาสนิกสามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชีซะกาตของไอแบงก์ เพื่อช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์ได้รับซะกาตในประเทศไทยได้เช่นกัน

 

ไอแบงก์ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านซะกาต และเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การแบ่งปันของผู้มีจิตศรัทธาเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมบริจาคซะกาต สามารถร่วมสมทบทุนได้ผ่านบัญชีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้

• บริจาคช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก ผ่านบัญชี “UNHCR Special Account” ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาสำนักอโศก เลขที่บัญชี 008-1-36212-9

• บริจาคช่วยเหลือพี่น้องผู้ยากไร้ในประเทศไทย ผ่านบัญชี “บัญชีซะกาตธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย” ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาคลองตัน เลขที่บัญชี 001-1-03879-9

 


ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธาและความเมตตาที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากสังคมไทยไปสู่การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นที่ยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ที่ยากไร้ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

 



Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ