ฟิทช์ฯ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็น `ลบ` พร้อมคงอันดับเครดิตที่ ‘BBB-’/‘AA-(tha)’

รูป ฟิทช์ฯ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็น `ลบ` พร้อมคงอันดับเครดิตที่ ‘BBB-’/‘AA-(tha)’

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 17:30 น.

 

ฟิทช์ฯ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็น "ลบ" พร้อมคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลต่างประเทศที่ ‘BBB-’ ส่วนเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AA-(tha)

 

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เป็น "ลบ"จาก "มีเสถียรภาพ"

 

- ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating: IDR) ที่ ‘BBB-’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ที่‘AA-(tha)’

 

- คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของบริษัท ที่ ‘F1+(tha)’ อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันและไม่ด้อยสิทธิ (Senior Unsecured) ที่ ‘BBB-’ อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินบาทที่ ‘A(tha)’ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งออกโดยบริษัท จีซี ศูนย์บริหารเงิน จำกัด (GC Treasury Center Company Limited) ที่ ‘BB’

 

- แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สะท้อนความเสี่ยงที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Net Leverage) จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 4.0 เท่า ในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งเป็นระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิต

 

- EBITDA Net Leverage ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10 เท่า ในปี 2568 จาก 8 เท่า ในปี 2567 จากกำไรที่อ่อนแอลงท่ามกลางวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกที่ยืดเยื้อ การปรับลดอัตราส่วนหนี้สินเกิดขึ้นช้ากว่าที่ฟิทช์คาด เนื่องจากกำไรที่อ่อนแอได้ลดทอนประโยชน์จากกระแสเงินสดสุทธิ (Free Cash Flow: FCF) ที่เป็นบวก และการชำระคืนหนี้อย่างต่อเนื่อง

 

- การคงอันดับเครดิตสะท้อนการประมาณการของฟิทช์ว่า อัตราส่วนหนี้สินจะปรับตัวดีขึ้นไปสู่ระดับที่สอดคล้องกับสถานะเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile) ของ PTTGC ที่ ‘bb’ ภายในปี 2571 โดยการลดอัตราส่วนหนี้สินน่าจะได้รับการสนับสนุนจากการลดหนี้อย่างต่อเนื่อง การสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวก และการฟื้นตัวของภาวะอุตสาหกรรม

 

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

- อุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีความผันผวน: ฟิทช์คาดว่าภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วง 2 ปีข้างหน้า จากการเพิ่มกำลังการผลิตในเอเชีย การลดกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมยังไม่รวดเร็วเพียงพอที่จะช่วยลดภาวะอุปทานส่วนเกิน แม้ว่าการยืนยันการปิดโรงงานบางแห่งในเกาหลีและญี่ปุ่นจะเป็นสัญญาณความคืบหน้าเพื่อลดอุปทานส่วนเกินนี้

 

- ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกยังคงทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายทางที่สำคัญล่าช้า ปัจจัยท้าทายดังกล่าวได้กดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและทำให้กำไรของทั้งอุตสาหกรรมปรับลดลง

 

- ฟิทช์เชื่อว่า PTTGC น่าจะสามารถรองรับการหยุดชะงักของการจัดหาเชื้อเพลิงในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตามความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอิหร่านอาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและกดดันอัตราส่วนกำไรของ PTTGC ซึ่งไม่อยู่ในสมมุติฐานกรณีฐานของฟิทช์

 

- คาดว่า PTTGC จะดำเนินมาตรการเพื่อรับมือความท้าทายของภาคธุรกิจและปกป้องสถานะทางการเงิน รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการขายสินทรัพย์บางรายการ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสู่ช่วงกลางวัฏจักรยังต้องใช้เวลานาน

 

กำไรที่ฟื้นตัวล่าช้า: ฟิทช์คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของ PTTGC จะปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 หลังจากลดลงเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 (ปี 2567: 2.6 หมื่นล้านบาท) จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับวัตถุดิบที่อ่อนแอ ปริมาณขายที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และผลขาดทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างของบริษัทลูก Vencorex จำนวน 5.4 พันล้านบาท

 

- การปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA น่าจะได้รับแรงหนุนจากการไม่มีรายการพิเศษ (one-off) ค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับเข้มแข็ง ต้นทุนก๊าซที่ลดลงภายใต้รูปแบบการกำหนดราคาที่ปรับปรุงใหม่ของ PTTGC และการลดต้นทุน โดยประมาณการ EBITDA ดังกล่าวรวมการประหยัดต้นทุน 2 พันล้านบาท เทียบกับเป้าหมายของ PTTGC ที่ 4 พันล้านบาท

 

ความเสี่ยงด้านการลดอัตราส่วนหนี้สิน: ฟิทช์คาดว่า EBITDA Net Leverage จะอยู่ที่ 4.4-5.7 เท่า ในปี 2569 และ 2570 และจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 4.0 เท่า ได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2571 ฟิทช์คาดว่าการลดอัตราส่วนหนี้สินจะได้รับการสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ปี 2570 กระแสเงินสดที่เป็นบวก และการลดหนี้จากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก

 

- ฟิทช์ยังไม่ได้รวมการขายสินทรัพย์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดไว้ในกรณีฐานการจัดอันดับเครดิต บริษัทอาจจะถูกปรับลดอันดับเครดิต หากการลดอัตราส่วนหนี้สินดำเนินไปช้ากว่าที่ฟิทช์คาด หรือการขายสินทรัพย์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน

 

ความพยายามในการลดหนี้สิน: PTTGC ได้ดำเนินแผนกลยุทธ์ในการลดหนี้สิน แม้ในสภาพแวดล้อมที่กำไรอ่อนแอ ผ่านการซื้อคืนหุ้นกู้ การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน การลดรายจ่ายจากการดำเนินงาน ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 8.5 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2565

 

- ยังมีแผนที่จะขายสินทรัพย์ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาและดำเนินการ โดยบริษัทฯได้ประกาศแผนการขายสินทรัพย์รวม 3 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 9 พันล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2569 ฟิทช์ได้นำจำนวนดังกล่าวและหนี้สินเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องอีก 1 พันล้านบาท รวมไว้ในกรณีฐานการจัดอันดับเครดิต

 

- การขายสินทรัพย์ที่อยู่ในแผน อาจช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินปรับตัวดีขึ้นเร็วกว่ากรณีฐานของฟิทช์ โดยอาจทำให้อัตราส่วนหนี้สินลดลงเพิ่มอีกประมาณ 0.3-0.9 เท่า เมื่อเทียบกับกรณีฐานของฟิทช์

 

กระแสเงินสดที่เป็นบวก: ฟิทช์คาดว่า PTTGC จะมีกระแสเงินสดสุทธิ (FCF) เป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปี 2569 และ 2570 ภายใต้สมมุติฐานว่าบริษัทฯสามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง ฟิทช์ประเมินว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 2.2 - 4.4 หมื่นล้านบาทต่อปี เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่คาดไว้ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และ 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 2570

 

- PTTGC มีแผนนำกระแสเงินสดที่เหลือเพื่อไปใช้ในการลดหนี้สิน โดยสมมุติฐานของฟิทช์รวมถึงการรักษาระดับเงินสดขั้นต่ำมากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท

 

แรงจูงใจในการให้การสนับสนุนจาก ปตท. : การปรับอันดับเครดิตขึ้นสองอันดับจากสถานะเครดิตโดยลำพังของ PTTGC สะท้อนถึงแรงจูงใจของบริษัทแม่ ซึ่งได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (อันดับเครดิตที่ BBB+/ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) ในการให้การสนับสนุนจากความสำคัญทางกลยุทธ์ (Strategic incentive) และความสำคัญทางด้านการดำเนินงาน (Operational incentive) แก่ PTTGC ในระดับปานกลาง

 

ในการให้การสนับสนุนแก่ PTTGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และเป็นผู้รับซื้อวัตถุดิบรายใหญ่ ปตท. ได้ให้การขยายเทอมการชำระเงินสำหรับการซื้อน้ำมันวัตถุดิบของ PTTGC ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท โดยมีการใช้ไปแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านบาท และฟิทช์คาดว่า PTTGC จะเบิกใช้วงเงินที่เหลือในปี 2569

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย