U/G คำแนะนำจากทั้งมาร์จิ้นและอุปสงค์ดีขึ้นEvent ปรับเพิ่มคำแนะนำกับกำไร และประมาณการ 4Q68F
Impact ยังมี upside อยู่ แม้ราคาหุ้นจะรีบาวด์มาแล้ว เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของ SCGP มากขึ้น และยังเห็น upside ต่อราคาหุ้น แม้ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นมาราว 20% จากจุดต่ำสุด ธ.ค. 68 แรงหนุนจากกำไร 4Q68F ที่จะออกมาดีกว่าคาด เสริมด้วยการฟื้นตัวของการนำเข้ากระดาษลูกฟูก (containerboard) ของจีนใน พ.ย. 68 ฟื้นตัวดี (+12% MoM แต่ -4% YoY) ดัชนี PMI ภาคการผลิตของอาเซียนที่ยังแข็งแกร่ง และราคาน้ำมันที่ลดลง ในมุมมองของเรา ตลาดยังไมได้สะท้อนปัจจัยบวกเหล่านี้ในคาดการณ์ทั้งหมด ได้แก่ i) spread ที่ดีกว่าคาดจากราคากระดาษรีไซเคิลร่วงลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี (Figure 6-8, 10) ทำให้สามารถมีสต็อกพร้อมในปี 2569F และผลบวกมากขึ้นจากการปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่ปลาย 4Q68F ต่อเนื่องถึง 1H69F ซึ่งตลาดยังไม่ได้สะท้อนเต็มที่ ii) ปริมาณขายที่จะโตในปี 2569F จากภาคการผลิตในอาเซียนขยายตัวต่อเนื่อง โดยดัชนี PMI กำลังฟื้นขึ้นสู่ 53 จากต่ำกว่า 50 ช่วงกลางปี 2568 รวมถึงวัฏจักรดอกเบี้ยเป็นขาลง iii) ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดต้นทุนขนส่งและหนุน margin ในธุรกิจ polymer packaging (คิดเป็น 12% ของยอดขายรวม) และ iv) โทนเชิงบวกล่าสุดจากผู้บริหารในอุตสาหกรรมและการประชุมนักวิเคราะห์ 11 และ 27 ม.ค. 69 ประมาณการ 4Q68F – ดีกว่าที่คาดไว้เดิม จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง วันที่ 27 ม.ค. 69 เราคาดว่า SCGP จะประกาศกำไรสุทธิ 4Q68F ดีขึ้นที่ 1.1 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาทใน 4Q67 และ +15% QoQ) และกำไรหลักที่ 1.12 พันล้านบาท (+3,193% YoY และ +12% QoQ) โมเมนตัมกำไรที่ดีขึ้น QoQ จะมาจาก i) margin ดีขึ้นจากราคากระดาษรีไซเคิลที่ลดลง 7–9% QoQ (คิดเป็น 25% ของต้นทุนวัตถุดิบ) และราคาขายที่ทยอยปรับขึ้นใน 4Q68 ii) EBITDA ของ Fajar ที่ดีขึ้นจากยอดขายและการควบคุมต้นทุนได้ดี และ iii) ต้นทุนการเงินที่ลดลง ส่วนกำไรพุ่งขึ้น YoY จากฐานต่ำกับธุรกิจ FB ไม่มีการปิดซ่อมบำรุงช่วง 4Q68 และ Indah Kiat (APP) (ผู้เล่นรายใหญ่สุดในอินโดนีเซีย) ได้ปรับราคาขายขึ้นหลังจากใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตใหม่ได้เต็มที่ ซึ่งช่วยเอื้อประโยชน์ต่อ Fajar ให้ปรับราคาขึ้นตาม นอกจากนี้ ราคากระดาษลูกฟูกในจีนช่วง พ.ย. 68 เพิ่มขึ้นเป็น CNY3,164/ton (+17% จาก CNY2,700/ton ใน ก.ย. 68) ด้วย แนวโน้ม 1Q69F สดใส – โมเมนตัมคาดดีต่อเนื่อง ในเบื้องต้น เราคาดกำไรหลัก 1Q69F จะเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากการรับรู้ margin ที่ดีขึ้นเต็มไตรมาสผลจากต้นทุนกระดาษรีไซเคิล (RCP) ต่ำ และการปรับราคาขายขึ้นให้สอดคล้องกับภูมิภาค ต้นทุนขนส่งที่ลดลงและการนำเข้ากระดาษบรรจุภัณฑ์จากจีนที่สูงขึ้นเป็น upside เพิ่มเติม Valuation and action เราปรับเพิ่มคำแนะนำ SCGP ขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากขาย) และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นที่ 20.50 บาท (จากเดิม 14.40 บาท) บนสมมติฐาน EV/EBITDA สูงขึ้นที่ 7.4x (ใกล้ระดับ -2SD) จาก 6.3x และปรับเพิ่มกำไรปี 2568F–70F ขึ้น 4–13% เพื่อสะท้อนราคากระดาษรีไซเคิลและคชจ. SG&A ที่ต่ำลง (Figure 3) ขณะที่ความเสี่ยงหลักมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งที่จีนและไทยอ่อนแอ Risks ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน, ความเสี่ยงด้อยค่าดีล M&A และความเสี่ยงของประเทศ Wetid Tangjindakun, CISA 66.2658.8888 Ext. 8855 wetidt@kgi.co.th |