พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อม.ค.69 ติดลบ 0.66% คาดจะเริ่มกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ Q2/69 เป็นต้นไป

รูป พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อม.ค.69 ติดลบ 0.66% คาดจะเริ่มกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ Q2/69 เป็นต้นไป

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.พ. 69 11:51 น.

 

 

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อทั่วไป ม.ค. 2569 ติดลบ 0.66% จากตลาดคาดจะติดลบ 0.35%  และติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 จากราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลง ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้ประเมินว่ายังติดลบต่อเนื่องที่ 0.43% ก่อนกลับมาเป็นบวก ใน 3 ไตรมาสถัดไป ส่วนทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 0-1%

 

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ประจำเดือน ม.ค.2569 อยู่ที่ 99.91 ลดลง 0.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 10  จากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสดไฟฟ้าที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก ขณะที่ตลาดคาดว่าจะติดลบ 0.35% และลดลง 0.28% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า 

 

 

รวมถึง มาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ​ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลง จากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ

 

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ในเดือน ม.ค. 2569 อยู่ที่ 0.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอยู่ที่ 0.07% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

 

ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ในเดือน ธ.ค.  2568 ลดลง 0.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ระดับต่ำที่อันดับ 7 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลขและต่ำเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนจาก 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข โดยประเทศที่อยู่อันดับ 1 คือ บรูไน สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปี 2568 ลดลง 0.14% โดยอยู่ในระดับต่ำอันดับ 8 จาก 127 เขตเศรษฐกิจ

 

ด้านแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.พ. 2569 คาดว่าจะยังลดลง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้เงินเฟ้อลดลง จาก

 

1.ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ประกอบกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีมติปรับลดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า

 

2.ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2569 มาอยู่ที่ 9.71 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย

 

3.การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อสูง

 

4.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น  

 

 ส่วนปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น คือ ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะผักสดที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ปี 2569

 

สำหรับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 0-1% ภายใต้สมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัว 1.2-2.2% น้ำมันดิบดูไบทั้งปีที่ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปีที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

 

“แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของไทยในไตรมาสแรกคาดว่าจะติดลบ 0.43% และมีโอกาสเป็นบวกได้ในไตรมาส 2 และต่อๆไป แต่ยังต้องติดตาม ปัจจัยเสี่ยง เช่น ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ เป็นต้น และยืนยันว่า ยังไม่เป็นภาวะเงินฝืด เพราะค่าสินค้าบางอย่าง โดยเฉพาะอาหารพร้อมทานและอาหารสำเร็จรูปยังปรับตัวสูงขึ้น”นางสาวณัฐิยา กล่าว

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ คาดว่าการณ์ว่า เงินเฟ้อในไตรมาสแรก จะติดลบ 0.43% ขณะที่ไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 0.38% ส่วนไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 0.90% และไตรมาสสุดท้ายคาดว่าจะอยู่ที่ 1.15%

 

สำหรับนโยบายที่จะส่งผลต่อเงินเฟ้อปรับตัวลดลง เช่น ค่าไฟ การลดภาระค่าน้ำมันดีเซล ส่วนนโยบายที่จะช่วยทำให้เงินเฟ้อเป็นบวก เช่น นโยบายคนละครึ่งพลัส นโยบายเกี่ยวกับการลงทุน เป็นต้น

 

 

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย