บล.กรุงศรี : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/04/69

รูป บล.กรุงศรี : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/04/69

efinAI


KSS Alpha Espressoประเด็นวันนี้
ราคาน้ำมันดิบ> 100 เหรียญฯ หลังกรอบเวลาบทสรุปสงครามยังไม่ชัดเจน x Fund Flows ให้น้ำหนักบวกรัฐฯเร่งลงทุนหนุน


คาด SET วันนี้ “แกว่งขึ้น” ต้าน 1489/1500จุด รับ 1472/1466จุด
แม้ภาพสงครามยังโน้มเอียงไปทาง De-escalation จากท่าที ปธน. Trump เร่งกำหนดวันเจรจา แต่ท่าทีหลักอิหร่านยังไม่ยอมร่วมเจรจาสันติภาพ จนกว่าสหรัฐฯจะเปิดฮอร์มุซ หนุนราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้ขึ้นสู่กรอบ 100-103 เหรียญฯ ระยะสั้นบวกต่อไทยที่มีหุ้นพลังงาน (20% ของกำไรตลาด) ขณะที่ภายในรัฐฯ เตรียมกู้เงินเพิ่มเติมภายใต้กรอบ เพดานหนี้สาธารณะ/GDP ปัจจุบันบางส่วนช่วยประคอง Oil Shock ขณะที่ส่วนใหญ่ใช้ เพื่อลงทุนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เป็นจุดช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจสะท้อน Flows กลับมาซื้อหุ้นในรอบ 5 วัน หนุน SET Sideways to Sideways/Up หุ้นธี มเด่นวันนี้เน้น 1) หุ้น Energy Security คาดกลุ่มที่พึ่ง Feedstock ตะวันอออกลางต่ำ เด่นขึ้น หลัง SCC กระทบปิดโรง LSP ชั่วคราว PTTGC, IVL, PTT กลุ่มได้ประโยชน์ราคา สินค้าอื่นขึ้นตามน้ำมัน DOHOME, GLOBAL 2) หุ้นธีมลงทุน กระแส Infra Tech เด่น หลัง IRGC ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐาน Cloud รอบอ่าวอาหรับ เร่งการย้ายฐาน ธนาคาร KTB, KBANK, KKP สาธารณูปโภค GULF, GPSC, PTT, AOT, TRUE, ADVANC นิคม AMATA, WHA รับเหมา STECON, PYLON, INSETชิ้นส่วน DELTA (เก็งกำไร)


KSS Alpha Espresso Picks : PTTGC (กระแสอุตสาหกรรมขาด Feedstock กลับมา คาดหนุนผู้ที่พึ่งพา Feedstock จากตะวันออกกลางต่ำ ) KKP (ข้อมลู ที่ประชุมนักวิเคราะห์เป็นบวก ทั้งแนวโน้มรายได้ Non-NII และขาดทุนรถยึดดีขึ้นต่อเนื่อง) AMATA (หุ้นนิคมคาดได้ประโยชน์ธีมลงทุน)


Key Factors:(*/-) War&Energy: ปธน. Trump กลับมาวางกรอบเวลาคาดจะเจรจากับอิหร่านเร็วสุดภายในวันศุกร์นี้ (24 เม.ย.) แต่อิหร่านยังไม่มีท่าทีตอบรับ แม้ภาพหลักยังดูเป็น Deescalation จากท่าทีสหรัฐฯ แต่กรอบเวลาบทสรุปยังไม่ชัด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ
Brents เช้านี้กลับมาขยับขึ้น 100-103 เหรียญฯ (prev. 95-100 เหรียญฯ) จิตวิทยาบวกต่อหุ้นธีม Energy Security ปิโตรเคมีPTTGC, IVL, PTT โรงกลั่น TOP (ตั้งรับ) หุ้นได้ ประโยชน์ราคาสินค้าเร่งขึ้นตามน้ำมัน อาทิ เหล็ก DOHOME กลุ่มจำหน่ายสินค้า xบริการจำเป็น สื่อสารTRUE, ADVANC


(*) Feedstock: SCC ประกาศปิดโรงงาน LSP ชั่วคราวเพราะขาด Feedstock มี โอกาสเงินสลับจากกลุ่มที่มีประเด็นไปกลุ่มพึ่งพาตะวันออกกลางต่ำ PTTGC, IVL, BCP


(*/+) Fiscal Policy Direction: รมว. คลังย้ำคง VAT 7% อีก 1 ปี + เตรียมออกพ.ร.ก. กู้เงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เน้นลงทุนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและลดรายจ่ายภาครัฐระยะยาว บวกต่อ SET เนื่องจากไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะและกระตุ้นการ ลงทุนภาคเอกชนที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อตลาดสูงถึง 87.8% บวกหุ้นธีมลงทุนกลุ่มธนาคาร สาธารณูปโภค (ไฟฟ้า สื่อสาร พลังงาน คมนาคม) นิคม รับเหมาฯ


(+) Flows: Fund Flows บวกขึ้น ต่างชาติซื้อหุ้นครังแรกใน 5 วัน ซื้อพันธบัตรสูงสุด ตั้งแต่ 8เม.ย. ผสาน น้ำหนักทางบวกรัฐฯ เน้นลงทุน คาดมีโอกาสเห็นความต่อเนื่อง


(*/-) Refinery: กบง. เตรียมพิจารณาหั่นค่าการกลั่นเพิ่มวันนี้จิตวิทยาลบหุ้นโรงกลั่น ในระยะสั้น แต่ค่าการกลั่นเริ่มทรงจาก prev. มีโอกาสกรอบลดราคาอยู่ในภาพตลาดมองล่วงหน้าขณะที่อุตสาหกรรมยังเป็น Upcycle หาจังหวะสะสมช่วงผันผวน TOP BCP


Daily Top PicksKKP (TP26F-92) S: 81.25/80 R: 84/86 (Stop Loss: 78.25)
1) แนวโน้มรายได้ Non-NII ดีต่อเนื่อง คาดแรงส่ง Wealth Management ไปกับภาพตลาดหุ้นหลักโลกทำ All New High ต่อเนื่อง 2) ธุรกิจหลักขาดทุนรถยึด สัญญาณดี หนุนเราปรับเพิ่มกำไร 8-12% คาดกำไรสุทธิปี 2026F +17%y-y


PTTGC (TP Max Con-42) S : 34/33 R: 37.75/39.5 (Stop Loss: <32.25)1) กระแสอุตสาหกรรมขาด Feedstock กลับมา คาดหนุน PTTGC พึ่งพา Feedstock จากตะวันออกกลางต่ำ 9% ของ Feedstock 2) Supply สะดุดอีกระยะหลังสงคราม+การ Rebuild Spread จะยกฐานจาก Pre-war หนุน Turnaround


AMATA (TP26F-26) S: 20.4/20 R: 21.5/22.9 (Stop Loss: <19.8)1) Upside ระยะถัดไปดูเปิดมากขึ้น นโยบายหลักการผลักดันลงทุนของรัฐบาลใหม่ 2) หุ้นอยู่ในโซน Value ซื้อขาย PER < 10x และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี vs ระยะถัดไปการขายที่ดินเร่งขึ้นจะช่วย Unlock Value หุ้น


Daily outlook: “แกว่งขึ้น” ต้าน 1489/1500 จุด รับ 1472/1466จุดWhat Happen around the world?
(*/+)US Stocks : ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้น อิง ดัชนีDow jones +0.69%d-d, ดัชนีS&P500 1.05% และดัชนีNasdaq +1.64% โดย Sector ในดัชนีS&P500 กลุ่มที่ปรับขึ้นหลักๆ คือ IT, Energy, ICT, Consumer staple ฯลฯ กลุ่มที่ปรับลงหลักๆคือ Real estate,
Industrial, Financials, Utilities ฯลฯ หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ หุ้น Boeing +5.53% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขขาดทุนที่ต่ำกว่าคาดใน งวด 1Q26, หุ้น GE Vernova +13.75%, หุ้น Philip Morris +6.98% และหุ้น AT&T +0.39% หลังจากทั้ง 3 บริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าคาด, หุ้น Micron Technology +8.48% ,หุ้น Tesla + 0.28% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการ


อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ปรับลงนำโดย United Airlines -5.58% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาส 2 และกำไรตลอดปี 2569 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน ฯลฯ


(*/+)US - Iran War : สถานการณ์สงครามสหรัฐ - อิหร่าน แม้ปัจจุบันยังไม่ชัดเจน และช่องแคบ Hormuz ยังถูกปิด แต่ล่าสุดมีพัฒนาการบวกเพิ่มเติมจากวันก่อนหน้าที่สหรัฐขยายการหยุดยิงแบบไม่มีกำหนดกับอิหร่าน ล่าสุด
o Axios สื่อ Online ของสหรัฐ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะให้เวลา 3-5 วันแก่อิหร่านในการยื่นข้อเสนอที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพแก่สหรัฐ
o .ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้น าสหรัฐ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่การเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในวันศุกร์นี้หรือวันที่24 เม.ย.
o หนังสือพิมพ์ New York Post รายงานว่า "แหล่งข่าวในกรุงอิสลามาบัดระบุถึงความคืบหน้าในความพยายามไกล่เกลี่ยกับอิหร่าน ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่จะเกิดขึ้นภายในเวลา 36-72 ชั่วโมงข้างหน้า"


KSS View : ภาพหลักมองสงครามผ่าน Peak ไปแล้ว และระยะสั้นปลายสัปดาห์นี้มีโอกาสคล้ายกับต้นอาทิตย์คือ


(++)ตกลงกันได้100% และหยุดยิงถาวร (คาดโอกาสเกิดขึ้นไม่มากเพราะทั้ง 2 ประเทศมีหลายข้อเสนอที่ระยะสั้นยากจะตอบรับทันที) หากเกิด จิตวิทยาบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงตลาดหุ้นทั่วโลก หุ้น Tech สหรัฐและจีน เกาหลีใต้และ SET index คาดจะตอบรับทางบวกหุ้นที่คาดตอบรับทางบวกอาทิกลุ่ม Anticommodity โรงไฟฟ้า GULF, GPSC กลุ่มสายการบิน THAI. กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม CENTEL,ERW กลุ่มปิโตรเคมีPTTGC, IVL. ในทางตรงข้ามกลุ่มที่มีโอตอบรับทางลบ คือ กลุ่มพลังงานต้นน้ำ อาทิ PTTEP


(+) ขยายระยะเวลาหยุดยิง / พักรบชั่วคราว และเข้าสู่การเจรจาเพื่อหาทางออก ฯลฯ ประเมินมีโอกาสเกิดในกรณีนี้สูง มองเป็นจิตวิทยาบวกคล้ายกรณีแรก แต่สินทรัพย์เสี่ยงจะตอบรับทางบวก


(-) ตกลงไม่ได้/ ทั้ง 2 ประเทศ หรือ บางประเทศไม่เข้าร่วมเจรจา : มีโอกาสเกิดขึ้น แต่มองว่าระยะสั้นราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้นระยะสั้น หนุนหุ้นกลุ่ม Energy มีโอกาส outperform มองผลต่อสินทรัพย์เสี่ยงจะผันผวน หรือ ผลกระทบจำกัด


(*/+) UK Econ : รายงานตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.3% จาก 3% ในเดือน ก.พ. อย่างไรก็ตามในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงสู่ระดับ 3.1% จาก 3.2% การปรับขึ้นของเงินเฟ้อทั่วไปเป็นผลจากราคาพลังงานปรับขึ้นจากเหตุการณ์สงครามและคาดว่าจะเร่งขึ้นอีกในเดือน เม.ย. อย่างไรก็ตามมองเป็นปัจจัยชั่วคราว คาด BoE จะยังคงดอกเบี้ยตามเดิม


(*) To monitor : 23 เม.ย. ญี่ปุ่น, ยุโรป และ สหรัฐ รายงานดัชนีPMI ภาคการผลิต (เบื้องต้น) เดือน เม.ย. ฝั่งสหรัฐ 24 เม.ย. รายงานดัชนีความเชื่อมั่น ม. มิชิแกน เม.ย. คาด 47.6 จุด เท่ารายงานรอบก่อน, ความคาดหวังเงินเฟ้อ1 ปีข้างหน้า ไม่มีคาด prev. 4.8%


(*) US Bond Yields & Dollar : US Bond Yields อิง อายุ2 ปี +2bps มาที่ 3.8% เช่นเดียวกับอายุ10 ปีแกว่งตัวขึ้นเล็กน้อย +1 bps มาอยู่ที่ 4.31% ส่วนค่าเงิน Dollar index ระยะสั้นแกว่งตัวแข็งค่าขึ้นมาที่98.4 จุด


(*/+) Oil : ราคาน้ำมันดิบ ปิดตลาด อิง West Texas +3.67%d-d ปิดที่ US$ 92.6/barrel แรงหนุนจาก 1.)EIAรายงานสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นของสหรัฐฯที่ลดลงมากกว่าคาด 2.)รายงานการโจมตีเรือคอนเทนเนอร์อย่างน้อย 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า กองทัพเรือของกองก าลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านได้ยึดเรือ 2 ลำ โดยรวมเป็นเพียงจิตวิทยาบวกต่อราคาน้ำมันและหุ้นน้ำมันดิบระยะสั้น อาทิ PTTEP, PTT กลุ่มโรงกกลั่น


What happened in Thailand?(*) SET Index : SET Index วันนี้แกว่งในกรอบแคบๆ -3.7 จุด -0.25% ปิดตลาด 1479.7 จุด แม้จะได้ปัจจัยบวกจากข่าว Moody’s ปรับเพิ่ม Outlook ประเทศไทยเป็น Stable จากเดิม Negative แต่เป็นจิตวิทยาบวกหนุนหุ้น Big Cap (KBANK, PTT, SCC) โดย Sector ที่หนุนดัชนีหลักๆคือ กลุ่มพลังงาน (PTT , PTTEP) และ กลุ่มปิโตรเคมี(IVL, PTTGC) ราคาน้ำมันดิบระยะสั้นสลับปรับขึ้น หลังสถานการณ์สงครามยังไม่มีข้อสรุปหลังอิหร่านไม่เข้าร่วมเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 ที่ปากีสถานจัดกลางสัปดาห์ vs ความคาดหวังก่อนหน้าที่ตลาดมองถึงโอกาสได้ข้อสรุป ในทางตรงข้ามหุ้นที่กดดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA กลุ่ม ICT (TRUE) คาดเป็นกลุ่มตลาดทยอยสลับลดสถานะ จากที่ Outperform มาต่อเนื่องไปกลุ่มอื่นที่มีปัจจัยเร่งใหม่หรือ พื้นฐานระยะกลางดี แต่ Underperform ชัดเจนหลังเกิดสงคราม และมีแรงขายหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD (BBL,
HMPRO) ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวผิดหวังตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วงแรง -25% w-w


(+) Flows: กระแสเงินทุนต่างชาติเป็นภาพไหลเข้า ซื้อสุทธิในตลาดหุ้น +57.1ล้านเหรียญฯ เป็นการกลับมาซื้อครั้งแรกในรอบ 5 วันทำการ (ช่วงก่อนมีกระแสความกังวลการถูก Downgrade Credit Rating) ส่วนตลาดพันธบัตร ซื้อสุทธิ +274.3 ล้านเหรียญฯ ซื้อสูงสุดตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. และTFEX มีสถานะ Net Short -7,445 สัญญา ค่าเงินบาทไปสลับอ่อนค่า 32.3 +/- บาทต่อดอลลาร์


(+) Fiscal Policy Direction: รมว. คลัง เตรียมแผนออก พ.ร.ก.กู้เงิน คาดไม่เกิน 5.0 แสนล้านบาท โดยเน้นบริหารจัดการงบไม่มีประสิทธิภาพก่อน อาทิ การลดค่าไฟฟ้าหน่วยราชการผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งนี้ ในส่วนเงินกู้ยืมจะใช้ 3 ส่วนหลัก โดยเน้นการลงทุน


1) การลดผลกระทบ Oil Shock เยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง ประเมินเบื้องต้นไม่เกิน 2.0 แสนล้านบาท ภายใต้สมมติฐานวิกฤติราคาพลังงานกรอบ 4-6 เดือน


2) การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะไทยที่มีจุดอ่อนการนำเข้าน้ำมันและไฟฟ้าระดับสูง งบประมาณวางไว้ที่ 2.0 แสนล้านบาท อาทิ การผลักดันพลังงานหมุนเวียน Solar Rooftop, Solar Farm สายชาร์จ EV โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ที่มลพิษต่ำลง


3) ส่วนที่เหลือ จะลงทุนโครงการอื่นๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยลดงบประมาณเยียวยาปัญหาภัยธรรมชาติได้ยั่งยืน


นอกจากนี้ จุดสำคัญยังอยู่ที่หากกู้ยืมระดับดังกล่าว รมว. คลังคาดยังไม่ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ/GDP ที่ 70% โดยเพดาน vs ระดับหนี้ปัจจุบันที่ 66% ยังมีช่องว่างก่อหนีอีกราว 8.0 แสนล้านบาท


KSS Strategy View***เราประเมินทิศทางดังกล่าวเป็นบวก
• ภาพวินัยการเงินที่มีความชัดเจน เม็ดเงินส่วนใหญ่ที่ใช้เพื่อปรับโครงสร้างโดยไม่จำเป็นต้องเพดานหนี้ที่ยังไม่เกิดขึ้น บวก>ประเด็นเรื่องการกู้ยืมเพิ่ม
• แนวทางปรับโครงสร้างรายจ่ายภาครัฐฯ ให้ลดลงถาวรผ่านการลงทุน จะช่วยฐานะการคลังระยะกลาง-ยาว และรัฐฯจะเหลือเงินไปพัฒนาด้านอื่น
• แนวทางปรับโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านการลงทุน นอกจากเรื่อง Solar เราคาดจะเห็นการผลักดันพลังงานหมุนเวียนผ่านแผน PDP ใหม่, เกณฑ์ Direct PPA, การลงทุนสายส่ง อื่นๆ นอกจากการลงทุนลดภาระเยียวยาภัยธรรมชาติ คาดเน้นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (Man-made) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ


เราประเมินสัญญาณบวกต่อ SET โดย Correlation ระหว่างทิศทางการเคลื่อนไหวของ SET และ การขยายตัวลงทุนภาคเอกชน รายไตรมาส ตั้งแต่ปี2000-2025 มีความสัมพันธ์เชิงบวกสูง 87.8% ขณะที่เราประเมินพัฒนาการตัวเลขที่เกิดจากรัฐฯเน้นลงทุนจากนี้จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อน SET ต่อเนื่องและบวกหุ้นในธีมลงทุน
• ธนาคาร KTB, KBANK
• สาธารณูปโภค ไฟฟ้าเด่น GULF, GPSC อื่นๆ คือ PTT, AOT
• สื่อสารTRUE, ADVANC
• นิคม AMATA, WHA
• รับเหมา STECON, PYLON, INSET
• ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง DOHOME


Best Picks: GULF KTB ADVANC AMATA DOHOME เก็งกำไร STECON


(*/+) VAT: รมว. คลัง กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรีการลดอัตราจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 10% เหลือ 7% ที่จะสิ้นสุดในวันที่30 ก.ย. 26 จะขยายเวลาการลดดังกล่าวออกไปอีก 1 ปีเนื่ องจากสภาพ เศรษ ฐกิจปั จจุบันยังไม่เอื้ออำนวยต่อ อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังยังยึดกรอบการคลังระยะปานกลางที่จะทยอยเพิ่มขึ้น VAT เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศโดยจะต้องพิจารณาความพร้อมของภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ


KSS Strategy View***เราประเมินจิตวิทยาบวกต่อหุ้นอิงภายใน อาทิ ค้าปลีก เช่าซื้อระยะสั้นเน้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์รัฐฯเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฝั่งบริโภคระยะสั้น CPALL, CPAXT, DOHOME


(*) Feedstock issues: หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่มีข้อสรุป และ SCC แจ้งปิดโรงงานปิโตรเคมี (LSP) ที่เวียดนามชั่วคราว จากปัญหาขาด Feedstock ตลาดน่าจะกลับมาให้น้ำหนักต่อประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง


KSS Strategy View***เราประเมินระยะสั้นเป็นบวกต่อหุ้นปิโตรเคมีที่พึ่งพา Feedstock แหล่งอื่นสูง อาทิ PTTGC, IVL โรงกลั่น BCP โดยตลาดอาจจะสลับจาก SCC มายังกลุ่มดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เราประเมินปัญหาพอประคองได้ระยะกลาง อิงข้อมูล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ PPTV ล่าสุดที่ระยะหลังไทยมีช่องทางสื่อสารกับอิหร่านเพิ่มขึ้น (ล่าสุดเพิ่มความสัมพันธ์ผ่านทางโอมาน) และเรือ 9 ลำของไทยที่กำลังขออิหร่านผ่านช่องแคบฯ เริ่มได้รับการประสานงานอิหร่านขอข้อมูล หากผ่านได้ จะช่วยสถานการณ์คลายลง


(*/-) Tourism: สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เผย ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ล่าสุดกระทบเที่ยวบินจีนเข้าไทย ลดลงกว่า 30% vs ช่วงเวลาปกติโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ เที่ยวบินเช่าเหมาล า และประเมินช่วงวันหยุดยาว 'วันแรงงาน' ต้น พ.ค. บรรยากาศอาจไม่คึกคัก


KSS Strategy View***ระยะสั้นเราประเมินเป็นภาพลบต่อหุ้นท่องเที่ยว การบิน และภาคบริการอย่างไรก็ตาม กลุ่มท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในกลุ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดตลาดที่ลงมาสะท้อนความเสี่ยงสงคราม จึงประเมินภาพดังกล่าวสะท้อนในหุ้นไปแล้วระดับหนึ่ง ขณะที่ภาพหลักสงครามที่ผ่านจุดพีคไปแล้ว และค่อยๆผ่อนคลาย ประเมินช่วยจำกัด Downside กลยุทธ์ทยอยตั้งรับหุ้นพื้นฐานระยะกลางดีCENTEL, AOT


(*/-) Refinery: วันนี้ (23 เม.ย.) รมว.พลังงาน เผยเตรียมประชุม กบง. หั่นค่ากลั่นรอบใหม่กรอบ 2-5 บาท vs รอบก่อนหน้า (7 เม.ย.) ที่ปรับลดลง 2 บาทต่อลิตร


KSS Strategy View***ประเมินระยะสั้นตลาดอาจจะชะลอติดตามข้อสรุป อาจจะทำให้เห็นการชะลอลงทุนหุ้นกลุ่มโรงกลั่น อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่นไม่เร่งขึ้นจากช่วงการพิจารณาในรอบก่อน (7 เม.ย.) ค่าการกลั่นอยู่ในระดับ 17 บาท vs ล่าสุดที่อยู่ราว 13.26 บาท และหากไม่รวมค่าการกลั่นที่รัฐฯลดลง 2 บาท จะอยู่ราว 15 + บาท ทำให้เราประเมินการลดรอบนี้จะอยู่ในกรอบตลาดกังวลไปล่วงหน้า ขณะที่ภาพหลักอุตสาหกรรม Upcycle จะลากยาวต่อจากต้นปี จาก Supply Disruption ที่เกิดขึ้นแม้สงครามสิ้นสุดหลักเดือนเป็นอย่างน้อย เชิงกลยุทธ์ให้หาจังหวะสะสมช่วงหุ้นผันผวนจากประเด็นดังกล่าว TOP (ระยะกลาง) BCP (ระยะสั้นมีแรงหนุนจากจุดแข็ง Feedstock ที่กลับมามีน้ำหนัก หลัง SCC ปิดโรง LSP)


(*) To monitor:
o 23เม.ย. รมว.พลังงาน เผยเตรียมประชุม กบง. หั่นค่ากลั่นรอบ 2
o 24 เม.ย. ศาลฎีกานัดฟังค าสั่งคดีที่ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนจริยธรรมร้านแรงของ 44 ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่ยื่นเข้าชื่อเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แก้ไขมาตรา 112
o 24 เม.ย. ยอดส่งออก - นำเข้า มี.ค. 26 ไม่มีคาด vs prev. +9.9%y-y และ+31.8%y-y


APR26F Best Picks: TRUE, GULF, PTT, PTTGC, IVL, TOP, THAI
2Q26F Best Picks: PTTGC, IVL, GULF, GPSC, PTT, ADVANC, TRUE, THAI, AOT, BDMS
Mid-Small Cap Play : AMATA, GUNKUL, CENTEL, BCH, ITC


Thematic Theme :o หุ้นเด่น Election Rally **Theme 2-3 เดือน*** STECON, GULF, CPALL, KTB, AOT
o หุ้นในธีมภาคบริการที่ท่องเที่ยวก าลังฟื้นตัวเร่งปี 2026F จากแรงส่งนักท่องเที่ยวจีน หลังสถานการณ์ญี่ปุ่น-จีนตึงเครียด ผลกระทบตะวันออกกลางน่าจะผ่านจุดต่ำสุด ไป แล้ว **Theme 3-6 เดือน ** (AOT, BA, CENTEL, ERW, BDMS, CPALL)
o หุ้นในธีมประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง Infrastructure Technology ของภูมิภาค **Theme 6 เดือน -1 ปี ** (WHA, AMATA, GULF, BGRIM ADVANC, STECON, STPI, INSET)
o หุ้น Turnaround / High Growth ปี 2026F **Theme 1 ปี** (BTS, IVL, SPRC, PTTGC, BCP, INSET, INETREIT, INET, SC, TRUE, BCPG, MICRO, MAGURO, PTG)
o หุ้นแผน Reflation จีนลดซัพพลายภาคอุตสาหกรรม, กระตุ้นบริโภคภายใน **Theme 1-2 ปี** (GLOBAL, TOP, GUNKUL, PTTGC, IVL, PTT)


Strategist Team
Koraphat Vorachet, AISA
Analyst Registration (No.043100)
Koraphat.vorachet@krungsrisecurities.com 
02-081-2771, 02-638-5771

Artit Jansawang, AISA
Analyst Registration (No.016475)
Artit.jansawang@krungsrisecurities.com 
02-659-5005

Suwat Wattanapornprom, AISA
Analyst Registration (No.044015) Suwat.
Wattanapornprom@krungsrisecurities.com 
02-081-2871, 02-638-5871

Takit Chardcherdsak CFTe, CISA
Analyst Registration (No.087636)
Takit.Chardcherdsak@krungsrisecurities.com 
02-081-2873, 02-638-5873

Thian Kanokpongsak
Analyst Registration (No.043929)
Thian.Kanokpongsak@Krungsrisecurities.com 


Reported by

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย