สหรัฐฯ ออกมาตรการผ่อนผันให้อินเดียสามารถกลับมาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย เป็นเวลา 30 วัน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดน้ำมันโลก ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยเก็บภาษีเพื่อลงโทษอินเดียจากการซื้อน้ำมันรัสเซีย ในอัตรา 25% แต่ได้ยกเลิกมาตรการดังกล่าวเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา และล่าสุดได้อนุญาตให้รัฐบาลอินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ชั่วคราว เพื่อคลายความกังวลด้านอุปทานในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ในวันศุกร์ หลังตลาดคลายความกังวลด้านอุปทานบางส่วน นักวิเคราะห์ระบุว่า อินเดียซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ก่อนหน้านี้พยายามลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซียและหันไปนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางแทน แต่เมื่อสงครามส่งผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานจากประเทศอ่าวอาหรับ จึงเริ่มกลับมาจัดหาน้ำมันจากรัสเซียอีกครั้ง มู่หยู สวี่ นักวิเคราะห์วิจัยอาวุโสด้านน้ำมันดิบจาก Kpler บริษัทติดตามข้อมูลพลังงาน ระบุว่า โรงกลั่นของอินเดียได้เร่งหาซื้อน้ำมันรัสเซียแบบส่งมอบทันทีตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และจากข้อมูลในตลาดคาดว่าอินเดียอาจซื้อน้ำมันรัสเซียไปแล้วราว 6-8 ล้านบาร์เรลในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ด้านสก็อตต์ เบสแซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการผ่อนผันครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น และไม่ได้สร้างประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อรัสเซีย เนื่องจากอนุญาตให้ทำธุรกรรมเฉพาะน้ำมันที่ติดค้างอยู่กลางทะเลเท่านั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ยังพยายามควบคุมราคาพลังงาน โดยเสนอประกันความเสี่ยงทางการเมืองให้กับเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับขึ้นแล้วประมาณ 20% ในสัปดาห์นี้ จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเตรียมมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน และในระยะยาวการดำเนินการของสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้ภูมิภาคและตลาดพลังงาน อย่างไรก็ตาม วันดานา ฮารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทวิจัยพลังงาน Vanda Insights มองว่ามาตรการผ่อนผัน 30 วันยังไม่เพียงพอ และเปรียบเทียบว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ในขณะที่แผลนั้นเป็นแผลจากกระสุนปืน และคาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจปรับตัวสูงกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อไป เนื่องจากมีโอกาสน้อยมากที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะยุติลงในเร็ววัน ที่มา CNBC 
|