| MARKET VIEW : ผันผวนหุ้นรายงานพิเศษ : ICHI หุ้นมีข่าว : PTG KTC BH XO Technical Insight : BGRIM DOHOME สรุปภาวะตลาดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากความไม่แน่นอน ของสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แรงขายกดดันหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Big-Cap นำโดย DELTA ซึ่งกดดันดัชนีราว 7.8 จุด ตามด้วยแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน วัสดุก่อสร้าง และธนาคาร ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,461.35 จุด -18.39 จุด -1.24% มูลค่าการซื้อขาย 66,513.61 ลบ. Program Trading -4,936.19 ลบ. ต่างชาติ -3,062.59 ลบ. TFEX -18,303 สัญญา ตราสารหนี้ -2,826.69 ลบ. ปัจจัยบวก+ สหรัฐฯ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนเม.ย. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 50.3 ในเดือนมี.ค. และบ่งชี้ถึงการขยายตัว + ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มองว่ากรณีอิหร่านใช้กำลังยึดเรือยุโรป 2 ลำบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เพิ่งขยายเวลาออกไป + ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะขยายเวลาออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังจากที่เขาเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศที่ทำเนียบขาว ปัจจัยลบ- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 179.71 จุด หรือ -0.36% เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังน้อยลงที่จะเห็นสงครามอิหร่านยุติลงในเวลาอันใกล้ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดัน จากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งกังวลว่าธุรกิจซอฟต์แวร์อาจได้รับผลกระทบจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) - สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.89 ดอลลาร์ หรือ 3.11% ปิดที่ 95.85 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อ และการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกายังคงไม่แน่นอน หลังมีรายงานความขัดแย้งในรัฐบาลอิหร่าน - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ในช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ในมหาสมุทรอินเดีย - สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 6,000 รายสู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย - สสว.เผยตัวเลขดัชนี SME มี.ค.69 ความเชื่อมั่นลดลงหลังเผชิญปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานห่วงหากสงครามยืดเยื้อ SME กว่า 80% อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน เหตุมีทุนส ารองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าที่ประชุมกนง.จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยคาดว่า กนง.จะมีมุมมอง wait-and-see เพื่อประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับท่าทีธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก แนวโน้มตลาดวันนี้คาดดัชนีในวันนี้แกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยเนื่องจากนักลงทุนมีความหวังน้อยลงที่จะเห็นสงครามอิหร่านยุติลงในเวลาอันใกล้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น ยังกดดันต้นทุนพลังงาน มองกรอบดัชนีวันนี้ 1,450-1,470 จุด กลยุทธ์การลงทุน• หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER • หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft : GULF BGRIM GPSC RATCH EGCO • หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE • นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 : CPAXT BJC TNP MOTHER • ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH หุ้นรายงานพิเศษICHI "ซื้อ" Bloomberg consensus 16.10 บาท "แนวโน้มผลประกอบการงวด 1Q69 มีโอกาสเติบโตทั้ง QoQ และ YoY" • งวด 1Q69 กำไรปกติมีโอกาสเติบโตทั้ง QoQ และ YoY มีแรงหนุนจากการเข้าสู่ฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนก.พ.69 ทำให้ความต้องการในกลุ่มเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำด่างที่ได้รับกำรตอบรับที่ดี นอกจากนี้คาดว่า U-rate จะปรับตัวขึ้นตามทิศทางยอดขายทำให้ต้นทุนต่อหน่วยมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าต้นทุนบรรจุภัณฑ์ PET จะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่บริษัทได้ล็อคราคาต้นทุนไว้แล้วตลอดช่วง 1H69 ทำให้ได้รับผลกระทบเชิงลบค่อนข้างจำกัด • ผู้บริหารตั้งเป้าปี 69 รายได้จากการขายในประเทศเติบโต +12%YoY (สัดส่วนมากกว่า 90%) มีปัจจัยหนุนจาก 1. ยอดขายชาพร้อมดื่มเติบโต +8%YoY จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 2. ผลิตภัณฑ์ Non-Tea เติบโต +40%YoY โดยเฉพาะยอดขายน้ำด่างที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายที่ 1,000 ลบ. เพิ่มขึ้นจาก 600 ลบ. ในปี 68 ขณะที่ยอดขาย OEM ตั้งเป้าเติบโต +20%YoY จากลูกค้าใหม่ที่คาดว่าจะปิดดีลได้ช่วงปลายงวด 2Q69 ด้านอัตรากำไรขั้นต้นและอัตารกำไรสุทธิผู้บริหารตั้งเป้าไว้ที่ 24% และ 15% ตามลำดับ • ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ 1H69 ที่เป็นช่วง High season หนุนให้ความต้องการเครื่องดื่มเติบโตต่อเนื่องและการจัดการต้นทุนที่ดี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2H69 ที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ราคาวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ PET มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กดดันผลประกอบการปี 69 เติบโตจำกัด โดย Bloomberg consensus คาดกำไรปี 69 เฉลี่ย 1,348 ลบ. เติบโต +2%YoY ราคาเหมาะสม consensus 16.10 บาท มี Upside 28% แม้ว่าราคาหุ้นจะซื้อขายที่ PE 12.5 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 10.4 เท่า แต่มี Upside จากแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนขึ้นในงวด 2Q69 เราจึงปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" หุ้นมีข่าว(+) BH (ราคาเหมาะสม 234 บาท) ชี้ผู้ป่วยตะวันออกกลางฟื้นต่อเนื่อง หลังความต้องการคงค้างช่วงรอมฎอนเริ่มปลดล็อก หนุนเคสรักษาพักฟื้นระยะยาว 3-6 เดือนเพิ่มขึ้น ฐานผู้ป่วยเอเชียยังเข้าใช้บริการสม่ าเสมอ สะท้อนความเชื่อมั่น คุณภาพการรักษาและเทคโนโลยี ขณะโรงพยาบาลคุมต้นทุนเดินหน้าลงทุนศูนย์เฉพาะทางรองรับดีมานด์(ที่มา ทันหุ้น) (+) XO (Bloomberg consensus 18.20 บาท) โชว์แผน JUMP+ ตั้งเป้ายอดขายโตเฉลี่ย 5% พร้อมจับตาครึ่งหลังปีนี้ฟื้นแรง ฟากบิ๊กบอส "จิตติพร จันทรัช" ทุ่มงบ 1,299 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่แหลมฉบัง อัพกำลังผลิตไม่ต่ำกว่า 43,905 ตันต่อปี รองรับออเดอร์อนาคต (ที่มา ทันหุ้น) (+) PTG (ราคาเหมาะสม 9.80 บาท) คุมเข้มค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาสภาพคล่อง รับมือความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจนอนออยล์ เหตุสร้างความยั่งยืนในระยะยาว แย้มซุ่มดีลเจรจาซื้อธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม 3-4 ราย ลุยเปิดสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทย หวังขึ้นแท่นเบอร์ 1 ภายใน 3-5 ปี คาดปีนี้ราว 800 สาขา เน้นแฟรนไชส์มากขึ้น ด้าน "ทริส" คงเรตติ้ง BBB+ (ที่มา ทันหุ้น) (+) KTC (Bloomberg consensus 35.50 บาท) ยอดรูดบัตรหมวดสุขภาพพุ่งแรง ฟิตเนสโตทะลัก 20% ส่วนโรงพยาบาล-ความงามสดใส ดันมูลค่าใช้จ่ายรวมแตะ 27,000 ล้านบาท ฟากผู้บริหารชี้คนไทยยุคใหม่ยอมทุ่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น ดันใช้จ่ายด้านสุขภาพพุ่ง 40% เชื่อปลุกยอดใช้จ่ายหมวดสุขภาพปี 2569 โตต่อไม่ต่ำกว่า 10% (ที่มา ทันหุ้น) ปัจจัยจับตาในประเทศ 24 เม.ย. กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ 27 เม.ย. ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 29 เม.ย. กำหนดการประชุม กนง. ครั้งที่ 2/69 30 เม.ย. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม 15 พ.ค. วันสุดท้ายในการส่งงบการเงินงวด 1Q69 ต่างประเทศ24 เม.ย. ญี่ปุ่น รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย. 27 เม.ย. จีน รายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนมี.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีการผลิตเดือนเม.ย. 28 เม.ย. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย สหรัฐ รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ราคาบ้านเดือนก.พ. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จากConference Board 29 เม.ย. อียู รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย. สหรัฐ รายงานตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.พ.และมี.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมี.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ 28-29 เม.ย. กำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ครั้งที่ 3/69 เช้าวันที่ 30 เม.ย. ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย นักวิเคราะห์ 02-6725999 วิลาสินี บุญมาสูงทรง ext.5937 วัชเรนทร์ จงยรรยง ext.5936 ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ext.5805 สลักบุญ วงศ์อัครเดช ext.7287 ปณชัย กฤตธนชัย ext.5997 ผู้ช่วยนักวิเคราะห์ รวีวิชญ์ จันทร์ศรี
|