EPG เผยงบ Q3 งวดปี 68/69 มีกำไร 336 ลบ. โต 100% รับสภาพคล่องธุรกิจในแอฟริกาใต้เริ่มดีขึ้น ด้านยอดขายปรับตัวลดลง 2% จากปีก่อน พร้อมมั่นใจรักษาความสามารถในการทำกำไรต่อเนื่อง แม้ต้นทุนบางส่วนมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 4 ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - มีกำไรสุทธิที่ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ที่มีสภาพคล่องดีขึ้น - มียอดขาย 3,323 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 3,388 ล้านบาท - อัตรากำไรขั้นต้นที่ 34.5% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30 - 33% 
สำหรับผลการดำเนินงานตาม 3 กลุ่มธุรกิจหลัก มีดังนี้
- ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขาย 1,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง - ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขาย 1,497 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลงร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังล่าช้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย จากกำลังการผลิตและอุปสงค์ตลาดที่ชะลอตัว - ธุรกิจในออสเตรเลียยอดขายของ Aeroklas Asia Pacific Group Pty.,Ltd. (AAPG) ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน จากวันหยุดยาวในเดือน ธ.ค.68 อย่างไรก็ตาม AAPG มุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยต้นทุนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง - ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มียอดขาย 785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น - ต้นทุนขายสินค้าที่ 2,176 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นอัตราการลดลงที่ช้ากว่าการลดลงของยอดขาย โดยบริษัทได้จัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งผลิตเพื่อรักษาต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 828 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยบริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว - บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐและแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย - บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ 64 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานของ บริษัทร่วมในประเทศอินเดียและประเทศจีน "แม้ต้นทุนปัจจัยการผลิตบางส่วนมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในไตรมาส 4 ปีบัญชี 68/69 (ม.ค.-มี.ค.69) บริษัทมั่นใจว่ายังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร และเดินหน้าสร้างการเติบโตให้เป็นไปตามแผนงาน ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในปีบัญชี 68/69 " ดร.เฉลียว กล่าว 
|