ส่องมิติการเมืองโลกใน World Cup 2026 กับรอยร้าวภูมิรัฐศาสตร์โลก

รูป ส่องมิติการเมืองโลกใน World Cup 2026 กับรอยร้าวภูมิรัฐศาสตร์โลก

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 69 21:09 น.


ฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะเปิดฉากในอเมริกาเหนือ ขณะที่ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก และอิหร่าน กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดก่อนการแข่งขันเริ่มต้นในอีกเพียงหนึ่งเดือน ข่าวชิ้นนี้สรุปภาพรวมของทัวร์นาเมนต์ ผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง และสิ่งที่แฟนบอลรวมถึงผู้เกี่ยวข้องควรติดตามก่อนถึงวันเปิดสนาม

อีกหนึ่งเดือนจากนี้ ไปจนถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2026 แฟนฟุตบอลหลายหมื่นคนจะมุ่งหน้าไปยังสนามฟุตบอลในโตรอนโต เพื่อเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกชายครั้งแรกในแคนาดา ในวันเดียวกันนั้น ทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะเริ่มลงสนามที่ลอสแอนเจลิส ขณะที่แมตช์แรกของเม็กซิโกจะพบกับแอฟริกาใต้ ซึ่งจะเป็นเกมเปิดสนามของทัวร์นาเมนต์นี้

ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดในรูปแบบใหม่ โดยมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 48 ทีม และมีเจ้าภาพ 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงทัวร์นาเมนต์กีฬาระดับโลก แต่ยังสะท้อนภาพความร่วมมือของอเมริกาเหนือในช่วงเวลาที่บริบททางการเมืองเปลี่ยนไปอย่างมากจากตอนที่ทั้งสามประเทศชนะการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในปี 2018

ความตึงเครียดทางการเมืองกระทบฟุตบอลโลก 2026 อย่างไร

บรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันแตกต่างจากช่วงที่ได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพอย่างชัดเจน ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีความขัดแย้งกับแคนาดาและเม็กซิโก โดยเรียกเก็บภาษีกับเพื่อนบ้านของสหรัฐเป็นหนึ่งในก้าวแรกหลังกลับเข้าทำเนียบขาวเมื่อปีที่ผ่านมา

สหรัฐฯ ยังมีความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งทีมชาติอิหร่านมีแผนลงแข่งขันในแคลิฟอร์เนียและซีแอตเทิล ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความปลอดภัยของการแข่งขันของทีมอิหร่านยังคงคลุมเครือ ประเด็นนี้ทำให้ ฟุตบอลโลก 2026 ถูกจับตามองไม่เพียงในฐานะทัวร์นาเมนต์ฟุตบอล แต่ยังในฐานะเวทีที่สะท้อนภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศเจ้าภาพและทีมที่เข้าร่วม

นอกจากนี้ สงครามยังส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อแฟนบอลที่ต้องเดินทาง และอาจกระทบต่อผู้ที่หวังซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขัน อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดกับผู้มาเยือนที่เดินทางมาชมการแข่งขันในสหรัฐ รวมถึงผู้คนในชุมชนที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์

บทบาทของฟีฟ่าและจิอันนี อินฟานติโน

ด้านจิอันนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า กล่าวว่าฟุตบอลควรเป็นแรงผลักดันในการสร้างความสามัคคี โดยระบุในการประชุมขององค์กรกำกับดูแลกีฬาในแวนคูเวอร์เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า “ฟุตบอลรวมรวบโลกไว้ด้วยกัน ฟีฟ่ารวมรวบโลกไว้ด้วยกัน” และเสริมว่า “มีผู้คนจำนวนมากที่พยายามจะแบ่งแยกอยู่ทั่วโลก หากไม่มีใครพยายามที่จะรวมเข้าด้วยกัน อะไรจะเกิดขึ้นกับโลกของเรา?”

อินฟานติโนเคยมอบรางวัลฟีฟ่าเพซให้กับทรัมป์ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่คำถามสำคัญในเดือนที่จัดการแข่งขันคือ ทรัมป์จะใช้ฟุตบอลโลกในเชิงการเมืองอย่างไร ประเด็นนี้ทำให้บทบาทของฟีฟ่าในการรักษาสมดุลระหว่างกีฬา การเมือง และภาพลักษณ์ของทัวร์นาเมนต์มีความสำคัญมากขึ้น

“ทรัมป์ทำให้ชัดเจนว่าเขาจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้สูญหาย และเขามีผู้สนับสนุนที่เด่นชัดในประธานฟีฟ่าจิอันนี อินฟานติโน” จูลส์ บอยคอฟ ผู้เขียนหนังสือ Red Card: The 2026 World Cup, Sportswashing, and the FIFA Greed Machine กล่าว “ทรัมป์ได้แสดงออกถึงความสนใจในกีฬามากกว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนก่อน ๆ และเขาได้วางตัวเพื่อใช้ฟุตบอลโลกให้เป็นประโยชน์ทางการเมืองของเขาเอง”

ประเด็นที่ต้องติดตามก่อนเปิดสนาม

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการเข้าใจ ฟุตบอลโลก 2026 ในมิติที่มากกว่าผลการแข่งขัน ประเด็นสำคัญที่ควรติดตามคือการจัดการด้านความปลอดภัยของทีมชาติอิหร่าน มาตรการตรวจคนเข้าเมืองในสหรัฐ ผลกระทบจากภาษีและราคาน้ำมันต่อการเดินทางของแฟนบอล รวมถึงท่าทีของฟีฟ่าเมื่อทัวร์นาเมนต์เข้าใกล้วันเปิดสนามมากขึ้น

อีกประเด็นหนึ่งคือบทบาทของประเทศเจ้าภาพทั้งสามในการทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น เนื่องจากฟุตบอลโลกปีนี้มีทั้งจำนวนทีมที่มากขึ้นและพื้นที่จัดการแข่งขันที่กระจายอยู่ในอเมริกาเหนือ การประสานงานด้านโลจิสติกส์และความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้เรื่องในสนาม


ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานกีฬาระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงของอเมริกาเหนืออย่างชัดเจน ก่อนเปิดสนามเพียงหนึ่งเดือน สิ่งที่ต้องติดตามคือความปลอดภัยของทีมชาติอิหร่าน มาตรการสำหรับแฟนบอลต่างชาติ และท่าทีของฟีฟ่าในการรักษาภาพลักษณ์ของทัวร์นาเมนต์ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

efin Reporter

efin Reporter