SCC ตั้งเป้าปี 69 รายได้โตทะลุ 5 แสนลบ. เดินหน้าลดหนี้ - หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร รับมือทุกปัจจัยท้าทาย

รูป SCC ตั้งเป้าปี 69 รายได้โตทะลุ 5 แสนลบ. เดินหน้าลดหนี้ - หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร รับมือทุกปัจจัยท้าทาย

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 ม.ค. 69 16:05 น.

 

SCC ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 1-3% ทะลุ 5 แสนลบ. รับธุรกิจแพคเกจจิ้ง-ชีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างขยายตัว  ดัน Adjusted EBITDA มากกว่า 5.5 หมื่นลบ. อัดงบลงทุน 3 หมื่นลบ. ใช้ปรับปรุงเครื่องจักรและลงทุนในโครงการ LSPE วางเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจ หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร หวังอัตราหนี้สินต่ำกว่า 5 เท่า

 


นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 69 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตมากกว่าระดับ 5 แสนล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 1-3% จากปีก่อนที่ทำได้ 496,925 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) มากกว่าปีก่อนที่ทำได้ 55,012 ล้านบาทแน่นอน

 

 

ทั้งนี้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว แต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลล์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลงและราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว ประกอบกับคาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง ซึ่งเอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

 

ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง คาดว่าความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตและความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้ม นอกจากนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่องเอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด

 

ขณะที่บริษัทวางงบลงทุนปีนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้เพิ่มศักยภาพในการขยายการเติบโตของธุรกิจ โดยแบ่งเป็นการปรับปรุงเครื่องจักรประมาณ 1 ใน 3 ของงบลงทุนรวม และเงินลงทุนโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP (LSPE) รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งและลดต้นทุนที่บริษัทยังต้องดำเนินการต่อ

 

"มองว่าปีนี้น่าจะเหนื่อยกว่าปีก่อน เพราะดูจากคาดการณ์ GDP โลกและของไทยที่เติบโตลดลง ซึ่งสถานการณ์มันบีบรัดมาก ประกอบกับแนวโน้มเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะยิ่งเหนื่อยขึ้นไปอีก ทำให้จึงต้องทำธุรกิจแบบระมัดระวัง" นายธรรมศักดิ์ กล่าว

 

 สำหรับด้านกลยุทธ์ในปี 69 บริษัทวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวไว้ 4 ด้าน ได้แก่

 

1.เข้มข้น ด้วยวินัยการเงิน โดยบริษัทตั้งเป้าบริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics

 

2.เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร โดยจะเดินหน้ากลยุทธ์ "Regional Optimization" ชูประเทศเวียดนามเป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนชีเมนต์คาร์บอนต่ำกระเบื้องเกรชพอร์ชเลนและการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสชีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศและการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 69 ระดับ GDP เวียดนามจะโต 7.0% ต้นทุนทุนที่แข่งขันได้และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ รวมถึงขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง ทั้งสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) และสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA)รวมถึงสินค้ากรีน (Green Products)

 

3.เสริมแกร่ง รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงาน LSP หรือ ลองเชิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยึดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 70

 

4.เอาอยู่ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กัมสู้กับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้วางเป้าอยากจะเห็นอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ของบริษัทปีนี้ลดลงมาต่ำกว่าระดับ 5 เท่า จาก ณ สิ้นปี 68 ที่อยู่ระดับ 5.5 เท่า โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและหยุดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย