| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 94.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 108.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 5.79 ดอลลาร์ หรือ 5.7% ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปิดเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) เนื่องจากความหวังที่สงครามในตะวันออกกลางจะยุติลงโดยเร็วนั้นได้ลดลง ท่ามกลางข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ส่งแผน 15 ข้อ ให้กับอิหร่านเพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการเจรจายุติสงคราม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความพยายามทางการทูตยังคงดำเนินอยู่ ขณะที่อิหร่านแม้จะมองว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่เป็นธรรม แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเผยว่ากำลังทบทวนข้อเสนอดังกล่าวอยู่ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอิหร่านเสนอที่จะปล่อยให้เรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นสัญญาณเชิงบวก ขณะเดียวกัน ยังรายงานยังระบุว่า เพนตากอนเตรียมส่งกองพลทหารร่มไปยังอ่าวเปอร์เซียเพื่อเพิ่มทางเลือกในการโจมตีภาคพื้นดินต่ออิหร่าน *** จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 มี.ค. เพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 210,000 ราย ตามคาดการณ์ และยังคงเกาะกลุ่มอยู่ในช่วง 201,000 - 230,000 รายตลอดปีนี้ สะท้อนว่าอัตราการเลิกจ้างยังคงอยู่ในระดับต่ำ *** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลดลงเช้านี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนยังคงประเมินกระแสข่าวที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน - ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลง 0.42%
- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 0.9% และดัชนี Topix ลดลง 0.4%
- ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลง 3% และดัชนี Kosdaq ลดลง 1.5%
- ดัชนีฮั่งเส็งฟิวเจอร์สของฮ่องกง อยู่ที่ 24,782 จุด ต่ำกว่าระดับปิดวานนี้ซึ่งอยู่ที่ 24,856.43 จุด
ตลาดยังจับตากำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ เพื่อประเมินสถานะเบื้องต้นของโรงงานทั่วประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและอุปสงค์ที่ชะลอตัว *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่า สหรัฐฯ จะระงับการโจมตีโรงงานพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 10 วันตามคำขอของรัฐบาลเตหะราน พร้อมระบุว่าการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวสวนทางกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่ออกมาตอบโต้ว่า ข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการยุติการสู้รบที่ดำเนินมาเกือบ 4 สัปดาห์นั้น เอื้อประโยชน์ฝ่ายเดียวและไม่เป็นธรรม *** ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 10 ลำ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัปดาห์นี้ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับสหรัฐฯ "พวกเขาบอกว่า เพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าพวกเราจริงใจ มั่นคง และพร้อมร่วมมือ เราจะปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันให้คุณ 8 ลำ และจะออกเดินเรือในวันพรุ่งนี้" ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยอ้างถึงท่าทีของอิหร่าน ก่อนจะเพิ่มเติมว่า "พวกเขาได้ขอโทษในสิ่งที่เคยพูดไว้ และบอกว่า จะปล่อยเรือเพิ่มอีก 2 ลำ ซึ่งจะรวมเป็น 10 ลำ" คำพูดดังกล่าวถือเป็นการคลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน หลังจากที่ทรัมป์ได้เปรยไว้เป็นครั้งแรกว่าอิหร่านได้มอบของขวัญที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซให้แก่เรา แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดในตอนนั้น *** สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านระบุว่า เรือมยุรีนารี เรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยที่ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อต้นเดือนนี้แล่นเกยตื้นบริเวณเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของประเทศอิหร่าน *** องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นได้บั่นทอนทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่เคยแข็งแกร่ง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะงักงันของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกำลังกดดันให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง - ทิศทางจีดีพีโลก: คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.9% ก่อนจะขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.0% ในปี 2027
- แรงกดดันเงินเฟ้อกลุ่ม G20: อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (G20) ถูกปรับคาดการณ์เพิ่มขึ้นอีก 1.2% จนแตะระดับ 4.0% ในปี 2026 ซ้ำเติมภาวะค่าครองชีพทั่วโลก
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว: คาดการณ์อัตราการเติบโตของสหรัฐฯ จะลดระดับลงจาก 2.0% ในปี 2026 เหลือเพียง 1.7% ในปี 2027 ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยสูงและเงินเฟ้อที่ยังค้างตัว
- วิกฤตพลังงานยุโรป: เศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซนได้รับผลกระทบหนักที่สุดจนถูกหั่นคาดการณ์การเติบโตในปี 2026 ลงเหลือเพียง 0.8% เนื่องจากต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลจากผลกระทบของสงคราม
*** ประเทศมหาอำนาจในยุโรปกล่าวหาว่า รัสเซียสนับสนุนอิหร่านในการโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในสงครามตะวันออกกลาง พร้อมระบุว่าจะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ที่ประเทศฝรั่งเศส *** นิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาขึ้นศาลสหรัฐฯ เพื่อรับฟังข้อหาทางอาญาซึ่งรวมถึงการก่อการร้ายด้วยยาเสพติด ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่แทบไม่เคยถูกนำมาพิสูจน์ในชั้นศาลและมีสถิติการเอาผิดได้ค่อนข้างจำกัด มาดูโร วัย 63 ปี ดำรงตำแหน่งผู้นำเวเนซุเอลาตั้งแต่ปี 2013 จนกระทั่งถูกกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ เข้าจับกุมตัวในกรุงการากัสเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเขาได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาไปเมื่อวันที่ 5 ม.ค. *** หวัง เหวินเถา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน แสดงความพร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ ระหว่างการหารือกับเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมองค์การการค้าโลก ณ ประเทศแคเมอรูน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์จีน *** ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ แถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ประเทศกำลังมองหาแหล่งพลังงานอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการหารือกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และแม้กระทั่งจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีข้อพิพาททางดินแดนในทะเลจีนใต้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ฟิลิปปินส์และเวียดนาม กำลังเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอันเป็นผลสืบเนื่องจากสงครามในอิหร่าน จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันญี่ปุ่นมีปริมาณน้ำมันสำรองทั้งของภาคเอกชนและของรัฐเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศได้นานกว่า 8 เดือน อย่างไรก็ตาม คำร้องขอดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรพลังงานเช่นกันต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก *** สองนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ ประกอบด้วยโอลิเวียร์ บลันชาร์ด จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และ เคนเนธ โรโกฟฟ์ จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เข้าร่วมการประชุมสภาที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของญี่ปุ่น เพื่อให้ความเห็นและคำแนะนำต่อนโยบายการคลังแบบขยายตัวอย่างรับผิดชอบของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี โดยบลันชาร์ดเสนอแนะว่าญี่ปุ่นควรตั้งเป้าหมายงบประมาณสมดุลขั้นต้นให้เป็นเกินดุล เนื่องจากปัจจุบันญี่ปุ่นมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงถึง 240% ขณะที่โรโกฟฟ์ระบุว่า ท่ามกลางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นที่กำลังปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลควรควบคุมการขาดดุลงบประมาณขั้นต้นให้ใกล้เคียงกับศูนย์ พร้อมย้ำว่าสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยต่ำหลังวิกฤตการเงินปี 2008 นั้นเป็นเพียงข้อยกเว้น แต่ในระยะยาว ญี่ปุ่นจำเป็นต้องรักษาขีดความสามารถในการลดสัดส่วนหนี้ต่อ GDP เพื่อสร้างความมั่นคงทางการคลัง *** คณะลูกขุนศาลสหรัฐฯ มีคำตัดสินให้ Meta Platforms และ Google มีความผิดฐานออกแบบแพลตฟอร์มโซเชียลที่เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่มีการพิจารณาและตัดสินคดีในลักษณะนี้ การตัดสินดังกล่าวอาจนำไปสู่การต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ที่อาจพลิกกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งเคยใช้คุ้มครองบริษัทเทคโนโลยีจากการถูกฟ้องร้อง *** ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโก มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามคำร้องของ Anthropic ในคดีฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำคัญสำหรับบริษัทผู้พัฒนา AI รายนี้ในการต่อสู้ทางกฎหมายกับทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหม คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนี้จะช่วยระงับมาตรการแบนของรัฐบาลไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียงของบริษัทที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่กระบวนการพิจารณาคดียังคงดำเนินต่อไป โดยผู้พิพากษาตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการของรัฐบาลเข้าข่ายเป็นการลงโทษบริษัทมากกว่าจะเป็นไปเพื่อความมั่นคงของชาติอย่างที่กล่าวอ้าง |