กูรูเปิด 3 ฉากทัศน์ ขั้วรัฐบาล - นายกฯคนใหม่ หนุน SET แค่ไหน พร้อมแจก 7 หุ้นกลุ่มเด่นรับผลเลือกตั้ง

รูป กูรูเปิด 3 ฉากทัศน์ ขั้วรัฐบาล - นายกฯคนใหม่ หนุน SET แค่ไหน พร้อมแจก 7 หุ้นกลุ่มเด่นรับผลเลือกตั้ง

efinAI


 

 

โบรกฯ เผย 4 ฉากทัศน์ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 พร้อมแนะนำ 7 กลุ่มหุ้นเด่นรับผลการเลือกตั้ง ทั้งการเงิน-ธนาคาร-การบริโภคในประเทศ-อสังหาฯ-นิคมฯ-ท่องเที่ยว-ก่อสร้าง

 

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งใหญ่ และ ลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีสามพรรคการเมืองใหญ่ ประกอบด้วย พรรคประชาชน (ปชน.) พรรคภูมิใจไทย (ภจท.) และ พรรคเพื่อไทย(พท.) เป็นตัวเลือกหลักที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด ส่วนพรรคการเมืองขนาดกลางที่คาดว่า มีผลต่อการเลือกตั้งประกอบไปด้วยสองพรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ พรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมทั้งหมด 5 พรรคการเมืองที่จะมีผลต่อสมการการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยวิเคราะห์ฉากทัศน์ และ หุ้นรับประโยชน์ไว้ ดังนี้

 

ฉากทัศน์ที่ 1 : Inevitable (พรรคภูมิใจไทย + พรรคเพื่อไทย)


นายกรัฐมนตรี : นายอนุทิน ชาญวีรกูล
คาดเป้าหมายดัชนี SET Index : 1,450-1,480 จุด
โดยมองว่า เป็นฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุด(70%) เนื่องจากทั้งสองพรรคใหญ่ได้ประกาศต่อสาธารณชนถึงการเปิดประตูทุกบาน ล้างไพ่ใหม่ ไม่มีเงื่อนไขในการจับมือระหว่างกัน ส่วนนโยบายหลักของแต่ละพรรคอยู่ที่การเจรจากัน และ คาดว่าจะได้เสียงสนับสนุนจากพรรคขนาดกลางอย่างพรรคกล้าธรรมเข้ามาด้วยทำให้รัฐบาลมีความแข็งแกร่งมาก เสียงไม่ปริ่มน้ำ สามารถผ่านกฎหมายต่างๆได้โดยง่าย และ ทั้งสองพรรคไม่ได้มีนโยบายที่ต่างจากเดิมมากนักสำหรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จึงคาดว่าหุ้นขนาดใหญ่ของไทยจะยังได้ประโยชน์อยู่

 

ฉากทัศน์ที่ 2 : Grand Compromise (พรรคภูมิใจไทย + พรรคประชาชน)


นายกรัฐมนตรี : นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
คาดเป้าหมายดัชนี SET Index : 1,420-1,450 จุด
ซึ่งมองว่า เป็นฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เล็กน้อย(20%) แม้ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายจะจบกันไม่ดีเท่าที่ควร แต่จากช่ว่งการหาเสียงที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้ปิดประตูการจับมือกันในอนาคต เพียงแต่อาจมีเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลของแต่ละฝ่าย เช่น พรรคประชาชนวางเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ ไม่เอาพรรคการเมืองบางพรรคมาร่วมรัฐบาล เช่น พรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคภูมิใจไทยมีเงื่อนไข คือ การไม่แก้ไข ม.112 และ รวมถึงรัฐธรรมนูญหมวดที่ 1 และ 2 หากการเจรจาลงตัวฉากทัศน์นี้ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการถอยคนละก้าวระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายเสรีนิยมบรรยากาศความขัดแย้งในประเทศอาจลดลง ส่วนด้านนโยบายเศรษฐกิจ และ เรื่องอื่นๆ ทั้งสองพรรคแทบไม่มีนโยบายที่ขัดแย้งกันแบบรุนแรง ยกเว้นกรณีปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและทลายทุนผูกขาด ที่อาจต้องจับตาดูท่าทีของแต่ละฝ่ายอีกครั้ง ฉากทัศน์นี้อาจเป็นลบต่อหุ้นขนาดใหญ่

 

ฉากทัศน์ที่ 3 : Reconcile (พรรคประชาชน + พรรคเพื่อไทย)


นายกรัฐมนตรี : นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ นายยศชนัน วงสวัสดิ์
คาดเป้าหมายดัชนี SET Index : 1,380-1,420 จุด
โดยมองว่า เป็นฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยที่สุด(10%) สืบเนื่องจากความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลในปี 2566 การทำงานในสภาที่ขัดแย้งกัน และฐานเสียงที่ทับซ้อนกัน ทำให้ทั้งสองพรรคอยู่ในโหมดคู่แข่งกันมากกว่าความสบายใจที่จะร่วมงานกันยังไม่มากพอ แต่ความเป็นไปได้ก็มีบ้าง โดยเฉพาะหากพรรคประชาชน เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจะทำให้สมการเปลี่ยนทันที เพราะในฉากทัศน์อื่นๆ พรรคเพื่อไทยจะมีโอกาสน้อยมากในการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรอบนี้ แต่ทั้งนี้ถึงจะตั้งรัฐบาลร่วมกันได้ เสถียรภาพของรัฐบาลอาจไม่มั่นคง ด้วยประเด็นทางกฎหมายต่างๆ เงื่อนไขและข้อจำกัดทางการเมือง จึงทำให้เกิดความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะการผ่านกฎหมายต่างๆ จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

  

ฉากทัศน์พิเศษ : กรณีเลื่อนการเลือกต้ังจากภาวะสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา


นายกรัฐมนตรี : (รักษาการ)นายอนุทิน ชาญวีรกูล
คาดเป้าหมายดัชนี SET Index : 1,100-1,200 จุด
กรณีเลื่อนการเลือกตั้งจากภาวะสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่หากมีเหตุให้การเลือกตั้งไม่สามารถจัดวันเดียวกันได้จนต้องโมฆะหรือ เลื่อนออกไป จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนสูง และ งบประมาณจะล่าช้าทำให้เศรษกิจไทยในปีนี้น่าจะโตต่ำกว่าเป้าหมาย 1.5% เป็นลบต่อดัชนี SET Index

 

อย่างไรก็ตาม มองว่าการเลือกตั้งและการลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ว่าออกฉากทัศน์ไหน เบื้องต้น ดัชนี SET Index น่าจะตอบรับในเชิงบวกก่อน แต่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการเมืองต่างๆ ดังที่วิเคราะห์ไว้

 

สำหรับหุ้นแนะนำรับผลการเลือกตั้ง ประกอบด้วย การเงิน : MTC, KTC, SAWAD , ธนาคาร : KTB, KBANK, KKP, TISCO , การบริโภคในประเทศ : CPAXT, MOSHI, CBG, OSP , อสังหาริมทรัพย์: SPALI, AP, SIRI, SC , นิคมอุตสาหกรรม : WHA, AMATA , ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง : CENTEL, ERW, BA, CPN และ ก่อสร้าง : STECON, CK, UNIQ

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย