ฮอร์มุซยังวิกฤต! “ทรัมป์” หวังหลายชาติร่วมส่งเรือคุ้มกัน – ผู้เชี่ยวชาญมองสหรัฐฯ ไร้แผนรับมือล่วงหน้า

รูป ฮอร์มุซยังวิกฤต! “ทรัมป์” หวังหลายชาติร่วมส่งเรือคุ้มกัน – ผู้เชี่ยวชาญมองสหรัฐฯ ไร้แผนรับมือล่วงหน้า

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 มี.ค. 69 11:40 น.

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า หลายประเทศจะส่งเรือรบไปช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ร่วมกับสหรัฐฯ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามีประเทศใดบ้าง พร้อมขู่จะโจมตีแหล่งส่งออกน้ำมันบนเกาะคาร์กของอิหร่านเพิ่มเติม ขณะที่อิหร่านให้คำมั่นว่าจะตอบโต้หนักหน่วงขึ้น ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง

 

ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) ว่า หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความพยายามของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งเรือรบร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อคุ้มกันเส้นทางเดินเรือแห่งนี้ให้กลับมาเปิดและปลอดภัยจากการถูกโจมตี และหวังว่า จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักรจะเข้ามาร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีประเทศใดส่งสัญญาณในทันทีว่าจะทำเช่นนั้น

 

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าจัดตั้งแนวร่วมเพื่อรักษาความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงมีเสถียรภาพมากขึ้น

 

ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า “อย่างที่เราเคยแจ้งก่อนหน้านี้ ขณะนี้เรากำลังหารือถึงทางเลือกต่าง ๆ ร่วมกับพันธมิตรและประเทศหุ้นส่วน เพื่อรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือในภูมิภาค”

 

ความเคลื่อนไหวของผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เรือยังไม่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ย่างเข้าสู่วันที่ 15 ในโพสต์ดังกล่าว ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านไปแล้ว 100% ขณะเดียวกันยังยอมรับว่า อิหร่านอาจยังคงส่งโดรนหนึ่งหรือสองลำ วางทุ่นระเบิด หรือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ในบริเวณช่องแคบได้

 

ทรัมป์ยังให้คำมั่นว่า ระหว่างนี้สหรัฐฯ จะทิ้งระเบิดถล่มอย่างหนักตามแนวชายฝั่ง และยิงทำลายเรือของอิหร่านให้จมอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศว่าจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดได้อย่างเสรีและปลอดภัย

 

ด้านอลิเรซา ตังก์ซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ได้ถูกปิดในเชิงการทหาร เพียงแต่อยู่ภายใต้การควบคุมเท่านั้น พร้อมตอบโต้คำกล่าวอ้างของทรัมป์ว่า “ชาวอเมริกันได้กล่าวคำลวงว่า ได้ทำลายกองทัพเรืออิหร่านไปแล้ว ต่อมายังอ้างว่าได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน มาตอนนี้ถึงขั้นต้องขอแรงสนับสนุนจากประเทศอื่น”

 

ต่อมาทรัมป์โพสต์อีกข้อความบน Truth Social ระบุว่า “ประเทศต่าง ๆ ในโลกที่ได้รับน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ต้องช่วยดูแลเส้นทางนี้ และสหรัฐฯ เองก็จะช่วยอย่างมาก”

 

ผู้เชี่ยวชาญมอง เพนตากอนไร้แผนสำรองปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะเดียวกัน พีท เฮกเซ็ธ ออกมาปฏิเสธหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่มีการเตรียมแผนรับมือในกรณีที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยกล่าวว่า “เรากำลังจัดการเรื่องนี้อยู่ และไม่มีอะไรต้องกังวล”

 

อันเดรียส ครีก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงตะวันออกกลางจากสำนักวิชาด้านความมั่นคงศึกษา แห่ง King’s College London ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า การเรียกร้องให้ตั้งแนวร่วมของโดนัลด์ ทรัมป์ ดูเหมือนจะเป็นการกลบเกลื่อนการขาดแผนรับมือที่ชัดเจนต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

“ดูเหมือนสหรัฐฯ ไม่ได้มีแผนรับมือหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เหมือนเป็นความพยายามในการสื่อสารเพื่อทำให้ตลาดสงบลงว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบ โดยไม่ต้องเจรจากับรัฐบาลอิหร่านจริง ๆ”

 

ครีกยังระบุว่า ไม่มีทางแก้ที่รวดเร็วโดยใช้วิธีทางทหารเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบได้ แค่อิหร่านโจมตีเป็นครั้งคราว ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้บริษัทประกันภัยหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ การส่งเรือรบเข้าไปโดยไม่มีข้อตกลงทางการทูต จะยิ่งทำให้เรือรบที่มีมูลค่าสูงมาก เสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยอาวุธต้นทุนต่ำ แต่มีศักยภาพสร้างความเสียหายได้มาก

 

ความเสียหายบนเกาะคาร์ก

ฟากอิหร่านพยายามลดทอนความรุนแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้นบนเกาะคาร์กจากการโจมตีของสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป้าหมายการโจมตีเป็นฐานทัพทหาร ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเกาะคาร์กตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ห่างจากชายฝั่งอิหร่านราว 15 ไมล์ หรือ 24 กิโลเมตร

 

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายบนเกาะคาร์กมากกว่า 90 จุด รวมถึงคลังแสงเก็บทุ่นระเบิดทางทะเล บังเกอร์เก็บขีปนาวุธ และเป้าหมายทางทหารอื่น ๆ

 

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ขณะที่กระทรวงกลาโหมอิหร่านระบุเมื่อวันเสาร์ว่า ได้ยิงขีปนาวุธ 9 ลูก และส่งโดรน 33 ลำ จากอิหร่านมุ่งหน้าไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

อิหร่านยังเตือนประชาชนให้ออกจากพื้นที่ใกล้ท่าเรือเจเบลอาลีในดูไบ, ท่าเรือคาลิฟาในอาบูดาบี และท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมระบุว่าได้เล็งเป้าหมายไปที่สาขาธนาคารของสหรัฐฯ ในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย

 

อนึ่ง ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบเมอร์บานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีปริมาณราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 1% ของความต้องการน้ำมันทั่วโลก

 

ผู้คนนับล้านเสี่ยงได้รับผลกระทบ

ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies - CSIS) ระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคุกคามความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญในการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตปุ๋ยไนโตรเจนที่ใช้เพาะปลูกธัญพืชและพืชอาหารหลักของโลก

 

ขณะที่อินเดียกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนก๊าซหุงต้มอย่างรุนแรง ได้ใช้มาตรการอำนาจฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองครัวเรือนที่พึ่งพาก๊าซ LNG กว่า 333 ล้านครัวเรือน

 

ทอม เฟลทเชอร์ หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า “ผู้คนนับล้านกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง” หากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่สามารถส่งผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

 

ที่มา Reuters และ Aljazeera



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju