BAM จ่อปิดดีลขาย NPL ให้ 2 แบงก์ พร้อมโชว์ผลงานปี 68 กำไร 1.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.50 บาท/หุ้น

รูป BAM จ่อปิดดีลขาย NPL ให้ 2 แบงก์ พร้อมโชว์ผลงานปี 68 กำไร 1.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.50 บาท/หุ้น

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 69 8:31: น.

BAM จ่อปิดดีลใหญ่ 2 ธนาคารชั้นนำ ขายหนี้ NPL อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Power of Alliance” สร้างพันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมโชว์ผลงานปี 2568 กำไรเติบโตโดดเด่น 1,812 ล้านบาท ประกาศปันผลสูงถึง 0.50 บาทต่อหุ้น

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่าในปีนี้ BAM เตรียมบรรลุข้อตกลงร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำ 2 แห่ง พร้อมกับคอนเซ็ปต์ The Power of Alliance ส่งไม้ต่อลูกหนี้ ด้วยแนวทาง Data Sharing เชิงลึกมาใช้เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ในการส่งต่อข้อมูลลูกหนี้อย่างไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพและฟื้นฟูสถานะทางการเงินของลูกหนี้ รวมทั้งยังช่วยวิเคราะห์ลูกหนี้ได้อย่างตรงจุด พร้อมสนับสนุนลูกหนี้ในการแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับการช่วยเหลือและการจัดการหนี้ให้ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการดูแลและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ลูกหนี้กลับมามีชีวิตทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

BAM ยังขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านพันธมิตรจากหลายภาคส่วน ทั้งจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การผสานความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นการยกระดับทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและก่อสร้างมาพลิกโฉมทรัพย์ NPA ทั้งบ้านและคอนโดให้ทันสมัยพร้อมอยู่ ตอบโจทย์กลุ่มดีมานด์ยุคใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการระบายสต็อกทั่วประเทศผ่านเครือข่ายการขายระดับมืออาชีพ ช่วยเปลี่ยนทรัพย์มือสองสภาพเดิมให้เป็นสินค้าพรีเมียมที่เป็นที่ต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี

การปิดดีลใหญ่และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในครั้งนี้ จะทำให้ BAM ไม่ได้แค่ทำหน้าที่คนเก็บหนี้ แต่จะเป็น "Platform for All Assets" ที่พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและเปราะบาง BAM ยังโชว์ผลงานปี 2568 ที่เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยการสร้างกำไรสุทธิปี 2568 ได้ 1,812 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพด้วยการทำผลงานทางด้านผลเรียกเก็บเงินสดที่ทำได้ตามเป้า เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สามารถรักษานโยบายการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ พร้อมกันนี้ยังเป็นหุ้นปันผลสูง (High Dividend) อย่างต่อเนื่อง โดยอนุมัติการจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ถือได้ว่าเป็นผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจท่ามกลางดอกเบี้ยตลาดที่เริ่มทรงตัว


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย