S หวังปีนี้พลิกกำไรสุทธิ - รายได้ 1.4 หมื่นลบ. หลังธุรกิจโรงแรมฟื้น - จ่อบุ๊กขายที่ดิน 200 ไร่

รูป S หวังปีนี้พลิกกำไรสุทธิ - รายได้ 1.4 หมื่นลบ. หลังธุรกิจโรงแรมฟื้น - จ่อบุ๊กขายที่ดิน 200 ไร่

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 69 16:36 น.

 

S หวังปีนี้ผลงงานพลิกเป็นกำไรสุทธิ จากปีก่อนขาดทุนกว่า 1.3 พันลบ. หลังธุรกิจโรงแรมฟื้น จ่อบุ๊กขายที่ดิน 200 ไร่ ด้านรายได้ปีนี้หวัง 1.4 หมื่นลบ. ทรงตัวจากปีก่อน ตั้งเป้ารักษาสัดส่วนรายได้ประจำ 70% ของพอร์ต

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยในงานแถลงข่าว “Business Direction 2026” ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


- ตั้งเป้าผลการดำเนินงานในปีนี้พลิกเป็นกำไรสุทธิ จากปี 68 ที่ขาดทุน -1,365.88 ล้านบาท เนื่องจากผลงานธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวจากสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ดีขึ้น ซึ่งบริษัทไม่ได้มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าจีนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ปีนี้ยังคาดหวังรายได้ 1,000 ล้านบาท จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมให้กลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์จีนประมาณ 200 ไร่ ด้านรายได้ปีนี้คาดหวังแตะระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 14,000 ล้านบาท


"ปีก่อนเราจำหน่ายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักร เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้ เสียรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี แต่ปีนี้เราคาดหวังรายได้จะมาจากกลุ่มโรงแรมที่เหลืออื่นๆ และการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งหวังว่าภาพรวมบริษัทฯ จะมีรายได้ในระดับใกล้เคียงปีก่อนที่ 14,000 ล้านบาท และปีนี้คาดหวังผลงานพลิกเป็นกำไรสุทธิ" นายชัยรัตน์กล่าว

 

- โดยปี 69 ดำเนินแผนงาน ภายใต้แนวคิด “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” เพื่อขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย (Residential) 2.ธุรกิจโรงแรม (Hospitality) 3.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า (Commercial) และ 4.ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน (Industrial Estate) ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

- ปีนี้วาง 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่ 1. “STRENGTHEN THE PROFIT ENGINE” มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานกำไรจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าสัดส่วนรายได้ 70%, 2.“SCALING THROUGH PARTNERSHIPS” มุ่งขยายการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร และ 3.“STRONG FUNDING CAPABILITY” มุ่งรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินควบคู่กับการสร้างวินัยทางการเงิน





- ธุรกิจโรงแรมบริหารงานผ่าน บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ปี 68 สามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Net Profit) 615 ล้านบาท ซึ่งเป็นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 68 คาดปีนี้จะรักษาฐานกำไรสุทธิในระดับดังกล่าวได้ และเดินหน้าเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) อื่นๆ เช่น โรงแรมในประเทศมัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร


- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์เพิ่มศักยภาพอาคารสำนักงานสู่การเป็น “Seamless Work-Life Destination” รองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ที่ผสานพื้นที่ทำงานกับคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน ปัจจุบันอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส เมโทร มีอัตราการเช่าสูงถึงกว่า 90% ส่วนอาคารเอส โอเอซิส มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 56% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในสิ้นปี


- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย ในปี 69 มีแผนจะเปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 4,000 ล้านบาท เป็นโครงการร่วมทุน ได้แก่ คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท จำนวน 1 โครงการ และโครงการ Branded Residences (โครงการที่อยู่อาศัยหรูที่ร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำในการให้บริการ) มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท จำนวน 1 โครงการ


- ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โดยขายที่ดินมุ่งเน้น “ลูกค้าเชิงคุณภาพ” โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Centres ซึ่งเติบโตตามความต้องการคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ซึ่งนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง


- มองหาพันธมิตรในหลากหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาโครงการ Flagship อย่าง THE ESSE หรือ SIRANINN การสร้างโครงการเพิ่มเติมกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท การทำ Branded Residence กับโรงแรมของกลุ่มบริษัท หรือแม้กระทั่งการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น โกดังสินค้าหรือโรงงานให้เช่ากับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ


- บริษัทคงสัดส่วนแหล่งเงินทุนระหว่างสินเชื่อจากสถาบันการเงินประมาณ 70% และหุ้นกู้ 30% เพื่อสร้างสมดุลด้านต้นทุนทางการเงินและความยืดหยุ่นในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืม ความสามารถในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ระดับ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี และเงินกู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกว่า 2 หมื่นล้านบาท


- เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทาง ESG ผลักดันให้กิจกรรม ESG เกิดขึ้นแบบยั่งยืน ต้องเป็นกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันในภาคธุรกิจด้วย หรือเรียกว่า “ESG in Practice”


-ทั้งนี้ธุรกิจรายได้ประจำของบริษัทฯ มาจากธุรกิจโรงแรมที่มีสินทรัพย์ 18 แห่ง ใน 5 ประเทศ และอาคารสำนักงานเช่าและค้าปลีกรวม 5 โครงการ ส่วนธุรกิจที่เป็นรายได้ไม่ประจำมาจาก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยทั้งหมด 9 โครงการ และนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตของกำไรในสภาวการณ์ที่เหมาะสม

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย