SJWD เปิดงบปี 68 กำไร 1,172 ลบ.โต 50.3% ปันผล 0.30 บ./หุ้น วางงบลงทุนปีนี้ 1,000 ลบ.

รูป SJWD เปิดงบปี 68 กำไร 1,172 ลบ.โต 50.3%  ปันผล 0.30 บ./หุ้น วางงบลงทุนปีนี้ 1,000 ลบ.

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.พ. 69 11:08 น.

 
 SJWD เผยปี 68 ทำกำไรสุทธิ 1,172.1 ล้านบาท โต 50.3% รับบริการโลจิสติกส์-ซัพพลายแบบครบวงจร และการกระจายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนหนุน พร้อมปันผล 0.30 บาท/หุ้น วางงบลงทุนปีนี้ 1,000 ล้านบาท


 

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,172.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.3% เมื่อเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานในช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

- หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการลงทุนใน SWIFT ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม อย่างไรก็ตาม หากนับรวมกำไรพิเศษดังกล่าวบริษัทฯ ยังคงมีกำไรสุทธิปี 2568 เพิ่มขึ้น 4.7% ซึ่งมาจาก SG&A ที่ลดลงกว่า 350 ล้านบาท การควบคุมต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทในเครือ

 

- รายได้รวมอยู่ที่ 25,380.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งจากความหลากหลายของบริการโลจิสติกส์และซัพพลายแบบครบวงจรและการกระจายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน

 

-ไตรมาส 4/68 สามารถทำกำไรสุทธิ 266.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีรายได้รวม 6,256.4 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินกู้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ รวมถึงภาพรวมการดำเนินงานของธุรกิจต่าง ๆ ที่เติบโตได้ดี


โดยธุรกิจที่เติบโตได้ดีในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย

(1) ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในต่างประเทศ มีรายได้ 1,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากรายได้ที่เพิ่มเติมจากการดำเนินงานในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ฟิลิปินส์ และลาว

(2) คลังสินค้าทั่วไป มีรายได้ 328.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากการให้บริการบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์แบบครบวงจรแก่บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งล่าสุดได้ย้ายพื้นที่มายังคลังสินค้าแห่งใหม่ และปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ผ่านเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้า

(3) คลังสินค้าห้องเย็น มีรายได้ 321.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% เนื่องจากมีความต้องการเช่าพื้นที่จัดเก็บอาหารทะเลและอาหารสดเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย 74.5% ในไตรมาส 4/2568 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569

(4) การขนส่งหลายรูปแบบ มีรายได้ 269.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.3% จากปริมาณขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

(5) คลังสินค้าอันตราย มีรายได้ 152.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8%

(6) ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ มีรายได้ 124.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9%

(7) ธุรกิจขนย้าย มีรายได้ 96.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.0%

(8) ธุรกิจห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าและขนส่งงานศิลปะ มีรายได้ 93.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172.1%

 

- ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 จึงมีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ที่อัตรารวม 0.40 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ที่อัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น คงเหลือที่จะจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลัง 2568 ที่อัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 532.96 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 30 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
 

- ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน 34,494,500 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 297,730,765 บาท พร้อมทั้งจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและบริหารกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ

- ในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งรักษาโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/69 ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีปัจจัยบวกจากธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นที่คาดว่าจะมีรายได้เติบโตดี เนื่องจากมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 74% เป็น 85% ในปัจจุบัน และคาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยในไตรมาส 1/2569 จะอยู่ที่ระดับ 80% ส่วนธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปมีโอกาสขยายการรับงานเพิ่มขึ้นจากบริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) และลูกค้าอื่นๆ

 
- การดำเนินงานของบริษัทร่วมทุน ได้แก่ บริษัท รุ่ยหยุน อินเตอร์เนชั่นแนล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้บริการขนส่งข้ามแดนแก่สินค้าควบคุมอุณหภูมิและสินค้าทั่วไปในเส้นทางไทย-จีน เช่น ผลไม้ ,ผักสด, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์ คาดว่าจะมีรายได้เติบโตก้าวกระโดดจากกว่า 20 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาทภายในปีนี้

- บริษัท แอลฟาอินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน วางแผนพัฒนาคลังสินค้าอีกไม่ต่ำกว่า 4 โครงการ มีพื้นที่รวมประมาณ 150,000 ตารางเมตร และมีแผนในการขายคลังสินค้าที่พัฒนาแล้วเสร็จหลายโครงการให้แก่กองทรัสต์ภายในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรมายังบริษัทฯ

 
- ในปี 69 บริษัทฯ วางงบลงทุน (ไม่รวม M&A) ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ตลอดจนวางแผนลด SG&A อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลดต้นทุนดอกเบี้ยผ่านการชำระคืนหุ้นกู้บางส่วนที่ครบกำหนดและการปรับโครงสร้างแหล่งเงินกู้ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานกว่า 2,500 ล้านบาท สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง แสดงถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจ พร้อมสร้างมูลค่าสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย