JUMP+ คึกคัก! 143 บจ. ตบเท้าเข้าร่วม ยกระดับมูลค่าธุรกิจ-ความเชื่อมั่น

รูป JUMP+ คึกคัก! 143 บจ. ตบเท้าเข้าร่วม ยกระดับมูลค่าธุรกิจ-ความเชื่อมั่น

efinAI


ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก และภาวะความผันผวนของตลาดทุน โครงการ “JUMP+” (โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน) ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและโปร่งใส

JUMP+ คืออะไร?

JUMP+ คือโครงการเรือธง (Flagship) ภายใต้แผนกลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ปี 2568-2570) ที่ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนทั้งใน SET และ mai กระโดดข้ามขีดจำกัดเดิมๆ โดยใช้กระบวนการที่เรียกว่า “Corporate Value Up” หรือการเพิ่มมูลค่าองค์กรผ่าน 3 มิติหลัก:

  1. Business Growth: การวางแผนกลยุทธ์สร้าง New S-Curve เพื่อการเติบโตของกำไร
  2. Governance (CG): การยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลที่เข้มข้นกว่าข้อกำหนดทางกฎหมาย
  3. Climate Action (ESG): การจัดการก๊าซเรือนกระจกและแผนความยั่งยืนที่ชัดเจน

ทำไมต้อง JUMP+? ประโยชน์ต่อ บจ. และนักลงทุน

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสถานการณ์แบบ Win-Win ให้กับทุกฝ่ายในตลาดทุน:

  • สำหรับบริษัทจดทะเบียน (บจ.): ช่วยให้บริษัทมีการวางรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการแข่งขันระดับสากล นอกจากนี้ยังมีเงินสนับสนุน (Financial Support) เช่น สูตร “3155” (สนับสนุนงบจัดทำแผนธุรกิจ 3 ล้าน, แผนคาร์บอน 1 ล้าน, แผน CG 5 แสน และรางวัลพิเศษหากทำผลงานได้ตามเป้าอีก 5 แสนบาท) เพื่อจูงใจและลดภาระในการ Transform องค์กร
  • สำหรับนักลงทุน: โครงการนี้เปรียบเสมือนตราประทับ แห่งความเชื่อมั่น นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลและแผนงานในอนาคต (Future Outlook) ของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างโปร่งใส ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

143 บริษัทพร้อมกระโดดสู่เป้าหมายใหม่

ความสำเร็จก้าวแรกของโครงการสะท้อนผ่านสถิติผู้เข้าร่วมที่เกินความคาดหมาย โดยตั้งแต่วันที่เปิดรับสมัครเมื่อ 26 มิถุนายน 2568 จนถึงปิดรับสมัครในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนสนใจยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการสูงถึง 143 ราย โดยมีหุ้นในกลุ่ม SET จำนวน 87 แห่ง และ mai 56 แห่ง

CPANEL นักเรียนดีเด่น JUMP+ เข้าร่วมก่อนใคร

หลังจากโครงการ JUMP+ เปิดรับสมัครวันแรก คือ 26 มิถุนายน 2568 แต่เริ่มเห็นบริษัทจดทะเบียน(บจ.) สมัครเข้าร่วมโครงการในช่วงเดือนกรกฎาคม เป็นต้นมา เริ่มตั้งแต่ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) หรือ CPANEL เป็นผู้เข้าร่วมโครงการเป็นรายแรกตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568
ต่อด้วยบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 และบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งในเดือนถัดไป จึงเริ่มเห็นบจ.ทยอยเข้ามากันอย่างต่อเนื่อง

พบหุ้นกลุ่ม SET50 -100 รวม 16 ตัว นำทัพใหญ่ PTT – PTTEP – TISCO

การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ในครั้งนี้พบบริษัทรายใหญ่ที่อยู่ในกลุ่ม SET 50 อย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP และ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เป็นแม่ทัพมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่นำขบวนเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังพบบจ. ที่อยู่ใน SET 100 รวม 16 ราย อาทิ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV, บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA, บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI, บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เป็นต้น ซึ่งเป็นบจ.ที่มาจากอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

บจ. แม่ – ลูก พร้อมเข้าโครงการ

บจ.ในตลาดหุ้นไทยหลายแห่งที่มีทั้งบริษัทแม่ และบริษัทลูก ซึ่งนอกจากจะเห็นในกลุ่ม PTT ซึ่งมีบริษัทลูกอย่าง PTTEP เข้าร่วม ยังเห็นกลุ่มบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ที่พาบริษัทลูกอย่าง บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย
โดยนายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ประกาศเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับองค์กรสู่ “Platform & AI-Driven Group” และวางเป้าหมาย 3 ปี ดันกำไรแตะ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2571

UREKA – PL บจ. 2 รายสุดท้ายก่อนปิดโครงการ พบกลุ่มอุตสาหกรรมบริการเข้าร่วมมากสุด

2 บจ. สุดท้ายที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 คือ บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA และ บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PL
และจากการสำรวจพบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการมากสุดมาจากกลุ่มบริการ (SERVICE) จำนวน 33 ราย ตามมาด้วยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (INDUS) จำนวน 26 ราย รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (PROPCON) จำนวน 22 ราย
แต่หากดูกลุ่ม SET พบว่าหมวดธุรกิจที่พบมากที่สุด ได้แก่ หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP), หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) และหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG) ซึ่งทั้ง 3 หมวดนี้รวมกัน

ตลท. ยกระดับ “Opportunity Day” รีแบรนด์เป็น “Earnings Call” เริ่ม 16 เม.ย.นี้

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ยกระดับ “Opportunity Day” สู่การเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางที่รวบรวมทุกช่องทางการนำเสนอข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไว้ในที่เดียว มุ่งสร้าง ecosystem ของข้อมูลธุรกิจที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
พร้อมรีแบรนด์กิจกรรมนำเสนอข้อมูลผลประกอบการ บจ.รายไตรมาสเป็น “Earnings Call” เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชนโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 (รอบงบการเงินไตรมาส 1/2569) เป็นต้นไป


แพลตฟอร์มใหม่นี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ Earnings Call (Opportunity Day เดิม), JUMP+, Sector Analysis และ C-Sign Public Presentation รวมถึงกิจกรรมนำเสนอข้อมูลอื่น ๆ ของ บจ. เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเท่าเทียมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของสำนักงาน ก.ล.ต.


จำนวนผู้สมัครที่มากถึง 143 รายนี้ แสดงให้เห็นว่า บจ. ไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการยกระดับมูลค่าองค์กรและการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากนี้บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจะเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนงาน (JUMP+ Plan) เพื่อประกาศต่อสาธารณชนและรายงานความคืบหน้าทุก 6 เดือน

รายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ https://www.set.or.th/th/market/information/jump-plus/companies-list

Related Topics

Reported by

Chutima Apichaisuksakul

Chutima Apichaisuksakul

Senior Reporter, efinanceThai