| บมจ.อินฟราเซท (INSET) เข้าร่วมโครงการ “JUMP+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ฟากบิ๊กบอส “ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต” ระบุเดินหน้าสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต พร้อมตั้งเป้า EBIT ปี 71 แตะ 468 – 552 ล้านบาท นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) (INSET) ผู้ให้บริการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ “JUMP+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้จัดทำแผนธุรกิจและแผนด้านธรรมาภิบาล ที่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและวัดผลได้ภายใน 3 ปี (2569-2571) โดยแผนธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าบริษัทฯ ประกอบด้วยกลยุทธ์ 1. การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยในปี 2571 โดยตั้งเป้า EBIT อยู่ที่ระดับ 468.0 – 552.3 ล้านบาท เป็นการเพิ่ม EBIT Margin (%) และยังลดความแตกต่างระหว่างต้นทุนที่ประมาณการไว้กับต้นทุนจริง ลดการใช้ Fast track workforce และลด Overall project timeline สำหรับแผนด้านธรรมาภิบาล ประกอบด้วย 1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการเพิ่มความหลากหลายของกรรมการ โดยเปิดกว้างด้านการสร้างความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการ เพื่อมุมมองที่รอบด้านและเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ 2. การกำกับดูแลด้านความรับผิดชอบและความโปร่งใส ยกระดับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท 3. การกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงและความมั่นคง ยกระดับการบริหารความต่อเนื่องธุรกิจ เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ปกป้องข้อมูลโครงการ และรักษาความสามารถในการส่งมอบงานให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ด้านกลยุทธ์ โครงการ Jump+ ของ INSET ขับเคลื่อนความเป็นเลิศในการดำเนินงานยกระดับสู่การเป็นผู้นำด้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยดำเนินการปรับปรุงความถูกต้องของการประมาณการต้นทุนโครงการ เพื่อสนับสนุนการกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ปรับปรุงการบริหารโครงการและทรัพยากรในระดับ Milestone เพื่อลดต้นทุน Fast-track labour จากภายนอกในกรณีที่งานล่าช้า ปรับปรุงกระบวนการส่งมอบงานเพื่อให้ระยะเวลาการส่งมอบงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในอนาคต “เชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมโครงการ Jump+ จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่เพิ่มมูลค่าบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่องและมีนัยสำคัญ รวมทั้งความสามารถในการทำกำไร และประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักลงทุนได้อย่างยั่งยืน” นายศักดิ์บวร กล่าวในที่สุด |