“เจาะสูตรจัดโผ ครม. อนุทิน2 เน้น รมต.คนนอก นำทัพรัฐบาล

efinAI
สถานการณ์การเมืองขณะนี้เรียกได้ว่า “ร้อนระอุ” แข่งกับอุณหภูมิประเทศไทย หลังเกมจัดวางตัวรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญเข้มข้นขึ้น ภายใต้การนำทัพของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เตรียมกลับมาบริหารอำนาจอีกครั้ง โดยเจ้าตัวย้ำชัดว่า ผลการเลือกตั้งคือ “คำสั่งของประชาชน” ซึ่งสะท้อนความชอบธรรมทางการเมืองในการจัดตั้งทีมบริหารประเทศ
สิ่งที่ต้องจับตา คือ การจัดทัพครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงการเติมเต็มตำแหน่งเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการวางตัวบุคคลเพื่อรับมือโจทย์เศรษฐกิจและเสถียรภาพประเทศในระยะต่อไป แหล่งข่าวการเมืองมองว่า การกลับมาครั้งนี้จะต่างจากช่วงเปลี่ยนผ่านที่ผ่านมา เพราะกำลังก้าวเข้าสู่ “สนามจริง” ที่แรงกดดันสูง และต้องพิสูจน์ศักยภาพการบริหารอย่างเป็นรูปธรรม
สถานการณ์การเมือง “ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์” และการจัดทัพใหม่
หลังจากการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งแบบแลนด์สไลด์ (คาดการณ์กว่า 190 ที่นั่ง) ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีเสถียรภาพสูงมาก และสูตรล่าสุดในการจัดสรรโควตา ก็คือ 10 สส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี และสิ่งสำคัญในดีลครั้งนี้ก็คือ
ดีลการเมืองในครั้งนี้ เน้นความ “ขาวสะอาด” และ “คนรุ่นใหม่” เพื่อลบภาพจำความขัดแย้งในอดีต มีข่าวการเขี่ยบางพรรคที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติออก เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายด้วย
ขณะที่การจัดเก้าอี้ พรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยจะคุมกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญและกระทรวงเกรด A ไว้ในมือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง , กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
โดยสัดส่วนของภูมิใจไทย จะได้รัฐมนตรีประมาณ 19 ที่นั่ง เป็น 4 เก้าอี้เดิมที่เป็นโควตารัฐมนตรีคนนอก ประกอบด้วย
- นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่จะดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์

เครดิต รูปภาพจาก ภูมิใจไทย
ส่วนอีก 15 เก้าอี้ ที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องเกลี่ยและจัดสรร ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว พรรคภูมิใจไทยจะยึดกระทรวงเดิม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน เช่น
- นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.มหาดไทย
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม
- นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายไชยชนก ชิดชอบ เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็น รมว.วัฒนธรรม
- น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี เป็น รมว.เกษตรฯ
ข่าวสะพัด “ปรีดี ดาวฉาย” คัมแบ็กนั่ง รมว.พลังงาน
และประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในแวดวงพลังงานและตลาดทุนตอนนี้คือชื่อของ “นายปรีดี ดาวฉาย” อดีต รมว.คลัง และมืออาชีพจากภาคธนาคาร จะกลับมาอีกครั้ง ในฐานะ รมว.พลังงาน
โดยมีสัญญาณชัดหลังจากการประกาศลาออกจากประธานบอร์ด PTTGC เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 โดยระบุว่า “มีภารกิจอื่น” ถูกตีความทันทีว่าเตรียมตัวเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง
สำหรับประวัติ “ปรีดี ดาวฉาย”
- เกิด 9 กันยายน พ.ศ. 2501
- เป็นนักกฎหมาย นักธุรกิจการเงินธนาคาร และนักการเมืองชาวไทย
- อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
- อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย
- อดีตประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย
ประวัติการศึกษา
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
- ระดับปริญญาโท กฎหมายเปรียบเทียบ จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐ
ประวัติการทำงาน
- เริ่มงานที่สำนักกฎหมาย ธนาคารกสิกรไทย เมื่อปี พ.ศ. 2525
- ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เมื่อปี พ.ศ. 2556 และเป็นประธานกรรมการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด
- เคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และประธานกรรมการพัฒนาความยั่งยืน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด
- ประธานกรรมการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปปิตอล จำกัด
- ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่นแนล ดิจิทัล ไอดี จำกัด
- ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด
นอกจากนี้ “ปรีดี” ยังได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในรัฐบาล “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หลายชุด
- ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563
ขณะนี้คงมีคำถามว่า ทำไมต้อง “ปรีดี” นั่นก็เพราะว่า รัฐบาลต้องการ “มืออาชีพ” เข้ามาแก้โจทย์ยากในกระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ที่ค้างคามานาน
และคาดว่าการวางตัวครั้งนี้ เพื่อจะเข้ามาแทนที่หรือเสริมทัพจากเดิมที่มีชื่อของอดีต CEO ปตท. อย่าง “นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ที่ติดโผอยู่ก่อนหน้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน
ด้านกล้าธรรม เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง “ตัวแปรสำคัญ” และเกมต่อรองเก้าอี้ ซึ่งล่าสุด “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” ระบุว่า ขอให้รอความชัดเจน รอผลจาก กกต. ว่าจะมีเก้าอี้เพิ่มขึ้นอยู่หรือไม่ และยืนยันว่า ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2562 ได้โดนทาบทามเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาโดยตลอด
ขณะที่มุมมองต่อตลาดทุนและผลกระทบต่อนักลงทุน
ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ตอบรับเชิงบวกอย่างมาก โดยหากนับตั้งแต่วันปิดวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมาที่ปิดที่ 1,400.89 จุด โดย ณ วันนี้หุ้นไทยขึ้นมาแล้วเกือบ 100 จุด โดยมีเป้าหมายทะยานสู่ 1,500 จุด จากความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งมาจากความเชื่อมั่น (Sentiment) โดยการมีชื่อคนนอกที่เป็นมืออาชีพอย่างคุณปรีดี ช่วยลดความกังวลเรื่องการแทรกแซงในรัฐวิสาหกิจพลังงานและช่วยดึงดูด Fund Flow จากต่างชาติ
กลุ่มหุ้นที่ได้รับอานิสงส์
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย ระบุว่า การเมืองไทยชัดเจนมากขึ้นและดูมีเสถียรภาพ เชื่อพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพร้อมกับพรรคร่วมอื่นๆ ที่มีโอกาสจะครองเสียงข้างมากในสภา ประเด็นตลาดน่าจะตอบรับเชิงบวกอย่างแน่นอน ส่วนกลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ค้าปลีก รับเหมา การเงิน คาดว่าโครงการชูโรงอย่าง คนละครึ่งพลัสจะเกิดขึ้น (+CPAXT MTC SAWAD) อื่นๆรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มปั๊มน้ำมัน (PTG STECON)
บล.กรุงศรี ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความเชื่อมั่นใจตลาดทุนไทยนั้น หลักๆ เป็นผลมาจากภาพรวมเสถียรภาพทางการเมืองไทย โดยรวมทำให้เห็นความเป็นไปได้ที่ GDP ไทยกำลังเข้าสู่เฟส Upgrade Cycle ซึ่งท้ายที่สุดย่อมส่งผลดีมาถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเป้าหมาย
การลงทุนดิจิทัล : ส่วนใหญ่คาด Data Center บวกต่อหุ้นในห่วงโซ่อุปทาน
- นิคม AMATA, WHA
- รับเหมา STECON, PYLON, INSET
- โรงไฟฟ้า GULF, GPSC, EGCO
- สื่อสาร TRUE, ADVANC
ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ ได้เพิ่มเป้า SET ปี 2569 ที่ 1,500 จุด มองนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งกระตุ้นบริโภค ขยายการค้า และการเดินหน้าการลงทุน
โดยหุ้นเด่น รับ Election Rally คือ MTC , MINT , TRUE และ AP
และ ธีม FDI-การค้าฟื้นตัวได้ ไม่ว่าจะเป็น WHA , AMATA , ITC และ CCET
| ปัจจัย | ผลกระทบต่อตลาดทุน |
| ความเชื่อมั่น (Confidence) | นักลงทุนต่างชาติมองเห็นเสถียรภาพ (Stability) จากรัฐบาลเสียงข้างมากเด็ดขาด ลดความผันผวนทางการเมือง |
| ทิศทางนโยบาย (Policy) | การที่มืออาชีพอย่าง “ปรีดี” มาคุมพลังงาน ช่วยลดความกังวลเรื่องนโยบายประชานิยมสุดโต่งที่อาจกระทบกำไรกลุ่มรัฐวิสาหกิจ |
| กลุ่มหุ้นที่น่าจับตา | Domestic Play: หุ้นกลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT) และธนาคาร (BBL, KBANK) ตอบรับเชิงบวกต่อความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ |
หากโผ ครม. ชุดนี้เป็นไปตามคาดการณ์ โดยเฉพาะการได้มืออาชีพอย่าง “นายปรีดี ดาวฉาย” และทีมรัฐมนตรีคนนอกเข้ามาคุมบังเหียนเศรษฐกิจ นี่จะเป็นการเริ่มต้น ‘โอกาสทอง’ ของเศรษฐกิจไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยเสถียรภาพทางการเมืองและมืออาชีพด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญให้ SET Index กลับมาแข็งแกร่งและน่าดึงดูดในสายตานักลงทุนระดับโลกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย











