เปิดรายชื่อมหาเศรษฐี Gen Z ว่าที่ผู้นำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกใหม่

efinAI
ในอดีต การจะก้าวขึ้นเป็น “มหาเศรษฐีระดับโลก” อาจต้องใช้เวลาหลายสิบปีของการสร้างธุรกิจ แต่ในยุค AI และสตาร์ทอัพ กติกานั้นกำลังเปลี่ยนไป
โดยปี 2026 การจัดอันดับ Forbes World’s Billionaires 2026 ระบุว่า โลกมีมหาเศรษฐีอายุต่ำกว่า 30 ปี มากถึง 35 คน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด ในประวัติศาสตร์ และกำลังสะท้อนภาพของ เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และเงินทุนสตาร์ทอัพ ที่สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว
ซึ่งบางคนสร้างธุรกิจจนมีทรัพย์สินพันล้านดอลลาร์ตั้งแต่อายุเพียง 22 ปี ขณะที่บางคนอายุเพียง 20 ปี ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว และยังพบว่า บางคนเพิ่งเริ่มต้นบริษัทได้เพียงไม่กี่ปี แต่ธุรกิจกลับเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” รายงานว่า กระแสเทคโนโลยี AI การระดมทุนสตาร์ทอัพ และความมั่งคั่งจากธุรกิจครอบครัว กำลังเร่งให้เกิด “มหาเศรษฐีรุ่นใหม่” เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z แม้ตัวเลขดังกล่าวจะคิดเป็นเพียง 1% ของมหาเศรษฐีทั่วโลก 3,428 คน แต่ก็เพิ่มขึ้นจากปี 2025 และสะท้อนถึงแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
มหาเศรษฐี Gen Z มาจากไหน
สิ่งที่น่าสนใจคือ มหาเศรษฐีรุ่นใหม่นี้ไม่ได้มีที่มาเพียงรูปแบบเดียว แต่แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กลุ่มผู้สร้างธุรกิจด้วยตัวเอง (Self-Made Billionaires)
กลุ่มนี้เติบโตจากกระแส AI สตาร์ทอัพ และเทคโนโลยีดิจิทัล หลายคนก่อตั้งบริษัทตั้งแต่อายุยังน้อย บางคนยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่สามารถพัฒนาธุรกิจจนมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่ปี
- กลุ่มทายาทมหาเศรษฐี (Inherited Wealth)
อีกด้านหนึ่งของรายชื่อมหาเศรษฐี Gen Z คือกลุ่มทายาทธุรกิจครอบครัวระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจยา อุตสาหกรรม เครื่องจักร หรือสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีการส่งต่อความมั่งคั่งข้ามรุ่น
AI และสตาร์ทอัพ จุดกำเนิดเศรษฐี Gen Z
สาเหตุที่ทำให้มหาเศรษฐีอายุน้อยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้แก่ การระดมทุน Startup Funding Round ขนาดใหญ่ , กระแส AI Boom , ตลาดเทคโนโลยีเติบโตเร็ว , การส่งต่อความมั่งคั่งจากธุรกิจครอบครัว
ธุรกิจที่สร้างเศรษฐีรุ่นใหม่ครอบคลุมตั้งแต่ AI Software , Prediction Markets , ธุรกิจยาและอุตสาหกรรม และ ค้าปลีกและซัพพลายเชนอุตสาหกรรม
แม้ว่าส่วนใหญ่จะได้รับความมั่งคั่งจากครอบครัว แต่มีถึง 12 คนที่เป็น Self-Made Billionaires ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่เช่นกัน
โดย กลุ่ม Self-Made Billionaires (สร้างธุรกิจเอง) ทั้งหมด 12 คน ได้แก่ 1.Tarek Mansour , 2.Luana Lopes Lara , 3.Alexandr Wang ,4.Shayne Coplan , 5.Fabian Hedin , 6.Arvid Lunnemark , 7.Sualeh Asif , 8.Aman Sanger , 9.Michael Truell , 10.Adarsh Hiremath, 11.Brendan Foody ,12.Surya Midha
3 ผู้ก่อตั้ง Mercor วัย 22 ปี ขึ้นแท่น Self-Made
หนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้คือ 3 ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI “Mercor” ประกอบด้วย
- Surya Midha Midha เป็นบุตรของครอบครัวผู้อพยพชาวอินเดีย และเติบโตในพื้นที่ Bay Area รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยในช่วงมัธยมศึกษา เขายังเคยสร้างชื่อจากการคว้า แชมป์การแข่งขันโต้วาทีระดับประเทศของสหรัฐฯ ก่อนจะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้าน AI จนสามารถสร้างความมั่งคั่งระดับพันล้านดอลลาร์ได้ตั้งแต่อายุเพียง 22 ปี
- Brendan Foody ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Mercor พร้อมด้วยผู้ร่วมก่อตั้งอีกสองราย เคยเป็นสมาชิกโครงการ Thiel Fellowship ซึ่งสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้พัฒนาธุรกิจนวัตกรรม โดยในปี 2023 หลังจากร่วมก่อตั้ง Mercor ได้ไม่นาน Foody ตัดสินใจ ลาออกจากมหาวิทยาลัย Georgetown เพื่อทุ่มเทให้กับการพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างเต็มตัว
ก่อนหน้านี้ Foody ยังเคยก่อตั้งสตาร์ทอัพมาแล้ว 2 บริษัท ซึ่งล้วนดำเนินธุรกิจด้าน การพัฒนาซอฟต์แวร์ สะท้อนเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีตั้งแต่อายุยังน้อย
- Adarsh Hiremath Adarsh Hiremath วัย 22 ปี สัญชาติสหรัฐอเมริกา มีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ จากธุรกิจ ซอฟต์แวร์ด้าน AI โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Mercor สตาร์ทอัพด้านการสรรหาบุคลากรที่ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยหาบุคลากรสำหรับการฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ให้กับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ใน Silicon Valley
Hiremath ร่วมก่อตั้ง Mercor ในปี 2023 พร้อมกับเพื่อนสมัยมัธยมอีกสองคนจากพื้นที่ Bay Area รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทั้งสามเคยอยู่ในทีม แข่งขันโต้วาทีของโรงเรียนเดียวกัน ก่อนจะต่อยอดความร่วมมือสู่การสร้างสตาร์ทอัพ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และพาพวกเขาก้าวสู่การเป็นมหาเศรษฐีตั้งแต่อายุเพียง 22 ปี
ทั้งสามมีอายุเพียง 22 ปี และมีทรัพย์สินประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ต่อคน โดย Surya Midha ซึ่งมีอายุน้อยกว่าผู้ร่วมก่อตั้งเพียงไม่กี่เดือน ได้กลายเป็น มหาเศรษฐี Self-Made ที่อายุน้อยที่สุดในโลก และทำลายสถิติของ Alexandr Wang ผู้ก่อตั้ง Scale AI ที่เคยถือครองตำแหน่งดังกล่าว
“นักบัลเลต์” มหาเศรษฐีหญิง Self-Made ที่อายุน้อยที่สุดในโลก
ในปีนี้ยังมีผู้สร้างสถิติใหม่ด้านมหาเศรษฐีหญิง Luana Lopes Lara
- อายุ 29 ปี สัญชาติ บราซิล
- ธุรกิจ : Prediction Market
- ทรัพย์สิน : 1.3 พันล้านดอลลาร์
เธอเป็นอดีต นักบัลเลต์มืออาชีพ ก่อนเข้าเรียนที่ MIT และร่วมก่อตั้งบริษัท Kalshi แพลตฟอร์ม Prediction Market ที่เปิดให้ผู้ใช้คาดการณ์ผลลัพธ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่การเลือกตั้ง กีฬา ไปจนถึงรางวัลบันเทิง ทำให้เธอกลายเป็น มหาเศรษฐีหญิง Self-Made ที่อายุน้อยที่สุดในโลก
ทายาทมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก
ตำแหน่ง มหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดของโลก ในปีนี้ตกเป็นของ Amelie Voigt Trejes และ Johannes von Baumbach
- Amelie Voigt Trejes เธอเป็นทายาทของ Werner Ricardo Voigt ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท WEG ซึ่งเป็นผู้ผลิต มอเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา พี่น้องของเธอ Felipe Voigt Trejes , Pedro Voigt Trejes ก็เป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยเช่นกัน โดย Amelie Voigt Trejes อยู่ประเทศ บราซิล มีทรัพย์สินประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่ Johannes von Baumbach สัญชาติ เยอรมนี แหล่งความมั่งคั่งของเขา คือ ธุรกิจยา (Healthcare)มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ : 6.6 พันล้านดอลลาร์
- Johannes von Baumbach เป็นทายาทรุ่นใหม่ของ Boehringer Ingelheim บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ของเยอรมนี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริษัทยาชั้นนำของโลก โดยธุรกิจดังกล่าวยังคงบริหารโดยสมาชิกในตระกูลมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันบริษัทอยู่ภายใต้การนำของ Hubertus von Baumbach ลุงของ Johannes ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ปี 2015 ขณะที่ Johannes เองยังใช้ชีวิตส่วนหนึ่งในยุโรป และเป็นนักสกีที่ลงแข่งขันในระดับจริงจังในประเทศออสเตรีย
สำหรับกลุ่มทายาทมหาเศรษฐีส่วนใหญ่ล้วนมาจาก ธุรกิจครอบครัวระดับโลก เช่น ยา (Boehringer Ingelheim) ,แว่นตา (EssilorLuxottica) , เกม (Nexon) ,อุตสาหกรรม (WEG) และ ค้าปลีก (dm-drogerie markt)
| ชื่อ | อายุ | ธุรกิจ | สัญชาติ | ทรัพย์สิน |
| Tarek Mansour | 29 | Prediction markets | สหรัฐ | 1.3 |
| Luana Lopes Lara | 29 | Prediction Markets | บราซิล | 1.3 |
| Wang Zelong | 29 | อุตสาหกรรมเคมี | จีน | 1.2 |
| Alexandra Andresen | 29 | การลงทุน | นอร์เวย์ | 2.5 |
| Firoz Mistry | 29 | ธุรกิจหลากหลาย | ไอร์แลนด์ | 3.1 |
| Alexandr Wang | 29 | เทคโนโลยี AI | สหรัฐ | 3.2 |
| Dora Voigt de Assis | 28 | เครื่องจักรอุตสาหกรรม | บราซิล | 1.4 |
| Maximilian von Baumbach | 28 | อุตสาหกรรมยา | เยอรมนี | 6.6 |
| Shayne Coplan | 27 | Prediction markets | สหรัฐ | 1 |
| Carl-Anton Kunz | 27 | อุปกรณ์ระบบประปาและทำความร้อน | เยอรมนี | 1.1 |
| Zahan Mistry | 27 | ธุรกิจหลากหลาย | ไอร์แลนด์ | 3.1 |
| Fabian Hedin | 26 | AI Coding | สวีเดน | 1.6 |
| Abbas Sajwani | 26 | อสังหาริมทรัพย์ | สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ | 1.9 |
| Katharina von Baumbach | 26 | อุตสาหกรรมยา | สวีเดน | 6.6 |
| Arvid Lunnemark | 26 | ซอฟต์แวร์ AI | สวีเดน | 1.3 |
| Sualeh Asif | 26 | ซอฟต์แวร์ AI | ปากีสถาน | 1.3 |
| Yoni Nahmad | 25 | ศิลปะ (Art) | อิสราเอล | 1.3 |
| Aman Sanger | 25 | ซอฟต์แวร์ AI | สหรัฐ | 1.3 |
| Michael Truell | 25 | ซอฟต์แวร์ AI | สหรัฐ | 1.3 |
| Maxim Tebar | 25 | ธุรกิจเลื่อยยนต์ (Chainsaws) | เยอรมนี | 1.2 |
| Remi Dassault | 24 | ธุรกิจหลากหลาย | ฝรั่งเศส | 2.4 |
| Franz von Baumbach | 24 | อุตสาหกรรมยา | สวีเดน | 6.6 |
| Luca Del Vecchio | 24 | ธุรกิจแว่นตา | อิตาลี | 6.8 |
| Kim Jung-min | 24 | เกมออนไลน์ | เกาหลีใต้ | 1.7 |
| Felipe Voigt Trejes | 23 | เครื่องจักรอุตสาหกรรม | บราซิล | 1.1 |
| Pedro Voigt Trejes | 23 | เครื่องจักรอุตสาหกรรม | บราซิล | 1.1 |
| Kevin David Lehmann | 23 | ธุรกิจร้านขายยา | เยอรมนี | 4.9 |
| Adarsh Hiremath | 22 | ซอฟต์แวร์ AI | สหรัฐ | 2.2 |
| Brendan Foody | 22 | ซอฟต์แวร์ AI | สหรัฐ | 2.2 |
| Surya Midha | 22 | ซอฟต์แวร์ AI | สหรัฐ | 2.2 |
| Kim Jung-youn | 22 | เกมส์ออนไลน์ | เกาหลีใต้ | 1.7 |
| Clemente Del Vecchio | 21 | ธุรกิจแว่นตา | อิตาลี | 6.8 |
| Lívia Voigt de Assis | 21 | เครื่องจักรอุตสาหกรรม | บราซิล | 1.4 |
| Johannes von Baumbach | 20 | อุตสาหกรรมยา | สวีเดน | 6.6 |
| Amelie Voigt Trejes | 20 | เครื่องจักรอุตสาหกรรม | บราซิล | 1.1 |
หน่วย : พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ข้อมูลจาก : Frobes
สัญญาณเศรษฐกิจยุคใหม่
การเพิ่มขึ้นของมหาเศรษฐี Gen Z สะท้อนให้เห็นถึง การเติบโตของ เศรษฐกิจดิจิทัล การเร่งตัวของ AI Revolution โอกาสของ สตาร์ทอัพเทคโนโลยี
ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่งของเศรษฐกิจโลก คือ การส่งต่อความมั่งคั่งจากครอบครัวมหาเศรษฐี ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็นมหาเศรษฐี
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของมหาเศรษฐี Gen Z ไม่ได้สะท้อนเพียงเรื่องของความมั่งคั่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน
ในอดีต มหาเศรษฐีส่วนใหญ่มักเกิดจากธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือธุรกิจครอบครัวที่ใช้เวลาสะสมความมั่งคั่งหลายทศวรรษ แต่ในยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีกำลังทำให้การสร้างบริษัทระดับโลกเกิดขึ้นได้เร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
สตาร์ทอัพบางแห่งสามารถเติบโตสู่ระดับ มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี และสร้างมหาเศรษฐีรุ่นใหม่ในช่วงอายุเพียง 20 กว่าปี
คำถามสำคัญคือ
เศรษฐีรุ่นใหม่เหล่านี้จะสามารถสร้าง ธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว ได้หรือไม่? หรือความมั่งคั่งจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและเงินทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม
ขณะเดียวกัน แนวโน้มดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และเงินทุนสตาร์ทอัพ เป็นเครื่องมือสร้างธุรกิจระดับโลกได้เร็วกว่าคนรุ่นก่อนหลายเท่า
สุดท้ายในอีก 10–20 ปีข้างหน้า โลกจะได้เห็นมหาเศรษฐี Gen Alpha ที่อายุน้อยกว่านี้หรือไม่ และเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI, DeepTech และเศรษฐกิจดิจิทัล จะเร่งให้การสร้างความมั่งคั่งเกิดขึ้นเร็วกว่านี้อีกเพียงใด
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย











