ถอดบทเรียนวิกฤตแสนล้าน! กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แบกรับภาระแค่ไหน?

รูป ถอดบทเรียนวิกฤตแสนล้าน! กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แบกรับภาระแค่ไหน?

efinAI


 

ทำความรู้จัก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คืออะไร? เจาะลึกแหล่งที่มาของเงิน แบกรับภาระในช่วงวิกฤตไปเท่าไหร่ พร้อมถอดบทเรียนการบริหารจัดการหนี้แสนล้าน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน

ในยุคที่ความผันผวนของราคาพลังงานโลกกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” มักถูกพูดถึงในฐานะเครื่องมือที่ช่วยตรึงราคาหน้าปั๊ม แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าจริงๆ แล้ว กองทุนนี้คืออะไร? เจาะลึกแหล่งที่มาของเงิน ต้องแบกรับภาระมากแค่ไหน?

 

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คืออะไร?
  • กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คือ เครื่องมือทางการเงินของรัฐบาลภายใต้การดูแลของ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ “รักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม”
  • เปรียบเสมือน “กันชน” หรือ “เบาะรองรับแรงกระแทก” ที่คอยช่วยไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศผันผวนรุนแรงตามราคาตลาดโลกที่อาจดีดตัวสูงขึ้นจากภาวะสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ

 

เงินกองทุนน้ำมันฯ มาจากไหน?

1.เงินสะสมจากผู้ใช้น้ำมัน: เมื่อราคาตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำ รัฐบาลจะเก็บเงินจากราคาขายปลีกน้ำมันบางประเภท เช่น เบนซิน หรือ แก๊สโซฮอล์บางชนิด เข้าสะสมไว้ในกองทุน

2.การกู้ยืม: ในภาวะวิกฤตที่เงินสะสมไม่เพียงพอ กองทุนสามารถกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ ภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด เพื่อนำมาใช้ชดเชยราคาชั่วคราว

เจาะลึกแหล่งที่มาของเงินกองทุนน้ำมันฯ
  • หลายคนเข้าใจว่าเงินมาจากภาษี: แต่ในความเป็นจริง “เงินกองทุนน้ำมันไม่ใช่ภาษี” แต่เป็นเงินที่บริหารจัดการภายในโครงสร้างราคาน้ำมัน
  • เงินส่งเข้ากองทุนจากผู้ใช้น้ำมัน: นี่คือรายได้หลัก โดยรัฐบาลจะกำหนด “อัตราเงินส่งเข้ากองทุน” รวมอยู่ในโครงสร้างราคาขายปลีกหน้าปั๊ม
  • เงินชดเชยจากการส่งออก: ในกรณีที่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศ กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรพลังงานในประเทศถูกบริหารจัดการอย่างเป็นธรรม
  • การกู้ยืมเงิน: เมื่อสถานะกองทุน “ติดลบ” เช่น ในช่วงปี 2565-2567 ที่ผ่านมา กองทุนฯ มีอำนาจตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันตามกรอบวงเงินที่ตกลง เพื่อนำมาประคองสถานการณ์พลังงาน
เงินกองทุนน้ำมันฯ ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง?

1.ตรึงราคาน้ำมันดีเซล: เนื่องจากดีเซลเป็นต้นทุนหลักของภาคขนส่งและอุตสาหกรรม หากราคาดีเซลพุ่งสูง จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอัตราเงินเฟ้อโดยตรง

2.พยุงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG): เพื่อลดภาระค่าครองชีพในครัวเรือน

3.อุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ: เช่น E20, E85 เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและช่วยเกษตรกร

ประโยชน์ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
  • การรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพ: ประเทศไทยพึ่งพาน้ำมัน “ดีเซล” เป็นเส้นเลือดใหญ่ในระบบขนส่งสินค้า หากราคาดีเซลพุ่งสูงตามตลาดโลก ต้นทุนขนส่งจะถูกผลักไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทันที กองทุนน้ำมันจึงทำไม่ให้เงินเฟ้อพุ่งสูงรวดเร็วเกินไปจนประชาชนตั้งตัวไม่ทัน
  • การคุ้มครองผู้บริโภคก๊าซหุงต้ม (LPG): ก๊าซ LPG คือ ปัจจัยพื้นฐานของทุกครัวเรือนและร้านอาหาร การใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปอุดหนุน ราคา LPG ช่วยป้องกันไม่ให้ราคาอาหารจานด่วนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเดือดร้อนของประชาชนที่ชัดเจนที่สุด
  • การขับเคลื่อนนโยบายพลังงานสะอาด: กองทุนน้ำมันถูกใช้เป็นกลไกสร้างส่วนต่างราคา เพื่อจูงใจให้คนใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น การทำให้ E20 หรือ E85 มีราคาถูกกว่าเบนซินปกติ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง และลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ
เปิดสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ข้อมูลล่าสุดระบุว่ากองทุนน้ำมันฯ มีสถานะ “ติดลบสุทธิประมาณ 12,605 ล้านบาท” (ข้อมูล ณ วันที่ 15 มี.ค.2569)
  • แม้สถานะภาพรวมจะติดลบ แต่ถือว่าฟื้นตัวขึ้นจากช่วงปี 2567-2568 ที่เคยติดลบทะลุแสนล้านบาท
  • ความท้าทายสำคัญ คือ ราคาน้ำมันโลกที่ยังไม่นิ่ง

ย้อนรอยวิกฤตกองทุนน้ำมันฯ

หากจะนิยามสถานะของกองทุนน้ำมันในช่วงวิกฤตพลังงานโลกที่ผ่านมา คำว่า “ถังแตกแต่ต้องแบกต่อ” คงไม่เกินจริงนัก โดยจุดเริ่มต้นของวิกฤต ย้อนกลับไปช่วงปี 2565-2567 กองทุนน้ำมันเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต

  • สงครามรัสเซีย-ยูเครน: ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ค่าเงินบาทอ่อนค่า: ทำให้ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบแพงขึ้นมหาศาล
ภาระที่แบกรับ “ใช้เงินไปเท่าไหร่?”
  • ในช่วงที่วิกฤตหนักที่สุด กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องจ่ายเงินอุดหนุน ออกไปมากกว่าที่เก็บเข้า
  • กองทุนน้ำมันฯ เคยติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง กว่า 130,000 ล้านบาท
  • บัญชีน้ำมันดีเซล แบกรับภาระไปกว่า 80,000 ล้านบาท และบัญชี LPG ก๊าซหุงต้ม แบกรับภาระสะสมต่อเนื่องกว่า 50,000 ล้านบาท
การหาทางรอด “กู้มาจ่าย”
  • เมื่อเงินสะสมหลักหมื่นล้านหมดลงภายในไม่กี่เดือน กองทุนฯ จึงต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูโดยการ “กู้ยืมเงิน”
  • มีการอนุมัติวงเงินกู้สูงถึง 110,000 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

จากวิกฤตพลังงานล่าสุด 2569 ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง ทำให้เงินกองทุนน้ำมันฯ ต้องติดลบอีกครั้ง และอาจติดลบหนักมากขึ้น เพราะความเสี่ยงจากความขัดแย้งยังยืดเยื้อ โดยทางรอดในรอบนี้ สุดท้ายหนีไม่พ้นต้อง “กู้มาอุดหนุนกองทุนน้ำมันฯ”


กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คือ “เครื่องมือที่จำเป็นแต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง” หากใช้พยุงราคาในระดับที่ฝืนกลไกตลาดนานเกินไป จะกลายเป็นการสร้างหนี้สาธารณะให้คนรุ่นหลัง แต่หากไม่มีเลย เศรษฐกิจไทยจะเปราะบางต่อวิกฤตพลังงานโลกทันที

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย