รวมเรื่องต้องรู้! ทำไมโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง เสียค่าปรับไหม?

รูป รวมเรื่องต้องรู้! ทำไมโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง เสียค่าปรับไหม?

efinAI


 

เปิดเหตุผลที่ทำให้ถูกเรียกเก็บ “ภาษีย้อนหลัง” โดยไม่รู้ตัว สรรพากรรู้รายได้เราได้ยังไง ภาษีย้อนหลังโดนกี่ปี พร้อมวิธีเช็กด้วยตัวเอง ทำสิ่งนี้ถ้าไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง

ในยุคที่กรมสรรพากรใช้ระบบดิจิทัล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล และเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินอย่างเข้มงวด การเพิกเฉยต่อการยื่นภาษี หรือเสียภาษีอาจกลายเป็นจุดได้ไม่คุ้มเสีย

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” พามาเจาะลึกทุกประเด็นเรื่องภาษีย้อนหลัง ตั้งแต่สาเหตุที่ทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ไปจนถึงทำไมสรรพากรถึงรู้รายได้ของเรา กลุ่มไหนเสี่ยง และไม่อยากโดนภาษีย้อนหลังต้องทำยังไง? เพื่อให้คุณเตรียมรับมือและวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

ภาษีย้อนหลังคืออะไร?

  • ภาษีย้อนหลัง คือ การที่กรมสรรพากรตรวจสอบพบว่าผู้มีรายได้ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ยื่นไม่ครบถ้วน หรือแสดงข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงในอดีต จึงทำการเรียกเก็บภาษีส่วนที่ขาดไป พร้อมกับ “เบี้ยปรับ” และ “เงินเพิ่ม”

ทำไมสรรพากรถึงรู้รายได้ของเรา?

  • กรมสรรพากรใช้ระบบ Data Analytics เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้าระบบ รวมถึงข้อมูลจากธนาคารตามกฎหมาย e-Payment ที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลบัญชีที่มีการฝาก หรือรับโอนเงินถึงเกณฑ์ 3,000 ครั้งต่อปี หรือ 400 ครั้งต่อปี และมียอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้สรรพากรเห็นเส้นทางการเงินทั้งหมด

อายุความภาษีย้อนหลัง?

  • กรมสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียก เพื่อตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ภายใน 2 ปี นับจากวันที่ยื่นแบบ
  • ยกเว้นมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษี สามารถขยายเวลาตรวจสอบได้ถึง 5 ปี
  • แต่ผู้ที่ไม่เคยยื่นแบบภาษีเลย หรือ มีเจตนาหนีภาษี อายุความในการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจะยาวนานถึง 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์

ใครเสี่ยงสุดโดนภาษีย้อนหลัง?

  • ฟรีแลนซ์: มักได้รับค่าจ้างแล้วถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (3%) ซึ่งข้อมูลถูกส่งไปที่สรรพากร แต่เจ้าตัวไม่ได้นำมายื่นภาษีปลายปี
  • พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์: มีรายการเงินเข้าบัญชีถี่ๆ จนเข้าเกณฑ์ e-Payment ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้สรรพากร
  • Youtuber, Influencer, Streamer: ที่มีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งค่าโฆษณา ค่าสปอนเซอร์ หรือค่าอื่นๆ
  • มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เสริม: ยื่นเฉพาะเงินเดือนประจำ แต่ลืมนำรายได้จากงานจ้างพิเศษมารวมคำนวณ

สาเหตุถูกเก็บภาษีย้อนหลัง เพราะอะไร?

  • ยื่นรายได้ไม่ครบ: อาจเปลี่ยนงานระหว่างปีแล้วยื่นรายได้เฉพาะที่ทำงานใหม่ ลืมนำรายได้จากที่ทำงานเก่ามารวม หรือมีรายได้หลายทางแต่ยื่นแค่ทางเดียว
  • เข้าใจผิดเรื่องเกณฑ์รายได้: คิดว่ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องจ่ายภาษี เลยไม่ยื่นแบบ ความจริงคือทุกคนที่มีรายได้จะต้องยื่นแบบภาษีทั้งหมด
  • ใช้สิทธิลดหย่อนเกินจริง: กรอกลดหย่อนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ หรือใช้สิทธิผิดเงื่อนไข เช่น ซื้อกองทุนแต่ถือครองไม่ครบกำหนด
  • ไม่รู้ว่ารายได้ไหนต้องเสียภาษี: เช่น รายได้จากเงินปันผลหุ้น, ดอกเบี้ยเงินฝากที่เกินเกณฑ์, หรือรางวัลจากการชิงโชค

วิธีเช็กถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังหรือไม่?

ตรวจด้วยตนเองว่าถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังหรือไม่ มีหลายวิธี ดังนี้

  • รอรับหนังสือแจ้งเตือน: สรรพากรจะส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษี หรือหมายเรียกมาตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้
  • ตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์: เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th) ล็อกอินเข้าระบบ e-Filing เพื่อเช็กประวัติการยื่นแบบ และสถานะทางภาษี
  • สอบถามผ่าน Call Center: โทร 1161 ศูนย์สารนิเทศสรรพากร เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น
  • ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่: เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองที่สำนักงานสรรพากรในเขตที่เรามีภูมิลำเนาอยู่

โดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง?

1.อ่านรายละเอียดในจดหมาย: ตรวจสอบว่าเป็นจดหมายเชิญพบ หรือหนังสือแจ้งการประเมินภาษี และตรวจสอบปีภาษีที่ระบุ

2.รวบรวมเอกสารหลักฐาน ประกอบด้วย

  • หนังสือรับรอง 50 ทวิ
  • หนังสือแสดงรายการเคลื่อนไหวทางการเงิน หรือสเตทเมนต์ (Bank Statement)
  • ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการลดหย่อนต่าง ๆ

3.เข้าพบเจ้าหน้าที่สรรพากร: ไปตามวันเวลาที่กำหนดเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หากเป็นการเข้าใจผิดหรือข้อมูลคลาดเคลื่อน สามารถนำหลักฐานไปแย้งได้

4.เจรจาหาแนวทาง: หากเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจสอบแล้วผิดจริง ให้พูดคุยเจรจาหาแนวทางชำระเงินที่เหมาะสม

วิธีคิดภาษีย้อนหลัง และค่าปรับ

  • ภาษีที่ต้องจ่ายจริง: ยอดภาษีส่วนต่างที่คำนวณขาดไป
  • เบี้ยปรับ: คิดเป็น 1-2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย (สามารถขอลดหย่อนได้หากไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง)
  • เงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย): คิดในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องจ่าย (สูงสุดไม่เกินจำนวนภาษี) เริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดยื่น
  • ค่าปรับอาญา: กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

วิธีที่ดีที่สุด ไม่อยากโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง?

  • การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ
  • เก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไว้อย่างน้อย 5 ปี
  • ศึกษาวิธียื่นภาษีออนไลน์ เพื่อให้สามารถยื่นแบบได้ถูกต้อง รวดเร็ว
  • ควรทำความเข้าใจเรื่องภาษีขั้นบันได เพื่อให้คำนวณภาษีเบื้องต้นได้แม่นยำ
  • ควรยื่นภาษีทุกปีแม้รายได้จะไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อสรรพากร

สรุปคำถามที่พบบ่อยเรื่องภาษีย้อนหลัง

1.สรรพากรตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้กี่ปี?

  • โดยปกติมีอายุความ 2 ปี นับจากวันที่ยื่นแบบ แต่หากมีพฤติการณ์สงสัยว่าหลีกเลี่ยงภาษีจะขยายเป็น 5 ปี และหากไม่เคยยื่นแบบเลยจะมีอายุความสูงสุดถึง 10 ปี

2.ยอดเงินเข้าบัญชีกี่ครั้งถึงโดนส่งข้อมูลให้สรรพากร?

  • ตามกฎหมาย e-Payment ธนาคารต้องรายงานข้อมูลเมื่อมีการฝากหรือรับโอนเงิน 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี หรือ 400 ครั้ง และมียอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี (นับเฉพาะขาเข้า)

3.ถ้าโดนภาษีย้อนหลัง ขอลดเบี้ยปรับได้ไหม?

  • ได้ หากเราเข้าไปชี้แจงด้วยความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ สามารถยื่นคำร้องขอลดหรืองดเบี้ยปรับได้ แต่ในส่วนของ “เงินเพิ่ม” (ดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน) มักจะขอลดไม่ได้ตามกฎหมาย

สุดท้ายแล้ว “ภาษี” ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากมีวิธีจัดการที่โปร่งใสและมีหลักฐานครบถ้วนชัดเจน การยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ตามกฎหมาย แต่คือการปกป้องความมั่งคั่งและสร้างความสบายใจให้กับการเงินของคุณในระยะยาว “ป้องกันไว้ดีกว่าแก้จะได้ไม่ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง”

ขอบคุณข้อมูล กรมสรรพากร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย