SeaChange2030 เสาหลัก ESG ของกลุ่ม “ไทยยูเนี่ยน”

efinAI
ท่ามกลางกระแสการลงทุนยุคใหม่ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) มากขึ้น บริษัทจดทะเบียนต่างเร่งยกระดับกลยุทธ์ความยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก เดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ ESG ผ่านแผนงาน “SeaChange® 2030” เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารทะเล
สำหรับ SeaChange® 2030 ถือเป็นโรดแมปด้าน ESG ระยะยาวของ TU ที่ต่อยอดจากโครงการ SeaChange เดิมที่เริ่มตั้งแต่ปี 2559 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการดูแล “ผู้คน” และ “สิ่งแวดล้อม” ควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด “Healthy Living, Healthy Oceans” พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 42% ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593 รวมถึงเดินหน้าฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ลดขยะพลาสติกในทะเล 1,500 ตัน และผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน 100% สำหรับสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (E) TU ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการทำประมงอย่างรับผิดชอบ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ไปจนถึงการยกระดับกระบวนการผลิตสู่โรงงานที่ลดของเสียฝังกลบ น้ำเสีย และการสูญเสียอาหารเป็นศูนย์ ขณะเดียวกันยังสนับสนุนงบกว่า 250 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน แนวปะการัง และพื้นที่ระบบนิเวศสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน
ด้านสังคม (S) บริษัทตั้งเป้าสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย เท่าเทียม และเคารพสิทธิมนุษยชน โดยตั้งเป้าให้ผู้บริหารหญิงมีสัดส่วน 50% ภายในปี 2573 รวมถึงกำหนดให้เรือประมงและฟาร์มสัตว์น้ำในห่วงโซ่อุปทานต้องปลอดแรงงานผิดกฎหมายและแรงงานทาสสมัยใหม่ นอกจากนี้ TU ยังผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ภายใต้แนวทางโภชนาการของบริษัท เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ขณะที่ในด้านธรรมาภิบาล (G) TU ยกระดับการกำกับดูแลกิจการผ่านนโยบายความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากล เช่น UN, TCFD, CDP และ GRI รวมถึงปรับปรุงนโยบายกำกับดูแลภายในหลังกรณีการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายในเมื่อปี 2565
ด้านนักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่า TU มีพัฒนาการด้าน ESG เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการตั้งเป้าระยะยาวที่ชัดเจนและการดำเนินงานที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว ท่ามกลางแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ESG ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเป็นเงื่อนไขใหม่ที่นักลงทุนและสถาบันการเงินทั่วโลกใช้พิจารณาการลงทุนในอนาคต
โดยสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย เตรียมจัดงาน “CAPITAL WITH PURPOSE 2026” งานสัมมนาด้าน ESG สำหรับผู้บริหารองค์กร ที่จะเจาะลึกประเด็น Green Finance เทรนด์การเงินเพื่อความยั่งยืน และโอกาสการเข้าถึงทุนในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ณ True Digital Park ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.efin.finance/events/esg/esg2026
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย











