แม้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะปรับขึ้นจนเริ่มกดดันสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วน แต่ตลาดหุ้นโดยรวมยังคงเลือกมองด้านดี โดยแรงซื้อยังไหลเข้าสู่ธีมขนาดใหญ่ เช่น AI และการลงทุนแบบอิงดัชนี ซึ่งช่วยพยุงกระแสเงินในตลาดได้ต่อเนื่อง สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังไม่เปลี่ยนเป็นภาวะตื่นตระหนก แม้สัญญาณจากบอนด์ยีลด์จะเริ่มส่งผลต่อหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยมากขึ้นก็ตาม
บอนด์ยีลด์สูงขึ้นเริ่มกดดันหุ้นเสี่ยง
HSBC ในมุมมองของทีม multi-asset ระบุว่าหุ้นยังเคยเป็นการถือครองที่เหมาะสมในเชิงยุทธวิธี แต่ก็ยอมรับว่าการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงแล้ว โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ กลุ่ม high-beta และ momentum ซึ่งถูกขายออกมากกว่า 18% ในช่วงวันที่ 13-19 พฤษภาคม หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับสูงขึ้น
แรงกดดันดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดกำลังเริ่มประเมินต้นทุนเงินทุนใหม่ โดยหุ้นที่มูลค่าพึ่งพาคาดการณ์การเติบโตในอนาคตมาก ๆ มักเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของบอนด์ยีลด์มากกว่าหุ้นกลุ่ม defensives ขณะที่การซื้อขายในตลาดยังคงกระจุกตัวในสินทรัพย์และธีมที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ
AI ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ S&P 500
ดัชนี S&P 500 ยังได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่ม AI ขณะที่ดัชนีแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากันเคลื่อนไหวค่อนข้างแบนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนว่าการปรับขึ้นของตลาดในรอบนี้ยังไม่ได้กระจายตัวอย่างทั่วถึง แต่กระจุกอยู่ในหุ้นไม่กี่กลุ่มที่นักลงทุนเชื่อว่าจะได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ภาพดังกล่าวทำให้ตลาดยังดูแข็งแรงในเชิงดัชนี แม้เบื้องหลังจะมีความเปราะบางจากการกระจุกตัวของผลตอบแทน หากแรงหนุนจากไม่กี่ธีมหลักเริ่มอ่อนลง ดัชนีโดยรวมอาจเผชิญแรงกดดันได้มากกว่าที่ตัวเลขภายนอกสะท้อน
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานยังเป็นตัวแปรสำคัญ
บทความยังชี้ถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป หากราคาพลังงานปรับขึ้นต่อเนื่อง เงินเฟ้ออาจลดลงได้ช้ากว่าคาด และอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งจะยิ่งกดดัน valuation ของหุ้นทั่วโลก
ดังนั้น ภาพรวมตลาดในขณะนี้จึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างแรงหนุนจากธีมเติบโตขนาดใหญ่กับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์และความเสี่ยงมหภาค นักลงทุนจึงยังต้องติดตามทิศทางพันธบัตรสหรัฐฯ ราคาพลังงาน และกระแสเงินเข้าสู่หุ้นกลุ่มผู้นำตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะตัวแปรเหล่านี้อาจกำหนดจังหวะของตลาดหุ้นในช่วงต่อไปได้อย่างมีนัยสำคัญ
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่สูงขึ้นเริ่มกดดันหุ้นกลุ่มเสี่ยง
- AI และการลงทุนแบบอิงดัชนีช่วยพยุงตลาด
- หุ้นกลุ่ม high-beta และ momentum ถูกขายออกมากขึ้น
- ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานยังเป็นปัจจัยต้องจับตา