
ช่วงเดือน ธ.ค. ของทุกปี เป็นจังหวะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ มักหันกลับมาให้ความสนใจลงทุนในหุ้นปันผล เนื่องจากใกล้จะถึงช่วงทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลของงวดงบปี 2568 ราว ๆ มี.ค. - เม.ย.2569 ที่จะถึงนี้ ดังนั้น จึงพบว่าช่วงนี้ จึงเริ่มมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นปันผลสูงบ้างแล้ว
ขณะที่ "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ในการเข้าซื้อหุ้นปันผลที่ดี คือ การเข้าซื้อก่อนหุ้นจะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับเงินปันผล (XD) ราว 2 เดือน และตัดขายหุ้นออกไป ก่อนที่หุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่กี่วัน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการเข้าเก็งกำไรหุ้นปันผล
จากการรวบรวมสถิติพบว่า ซื้อหุ้นที่จ่ายปันผลปีละครั้งล่วงหน้า 2 เดือน ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD จะได้รับผลตอบแทนสูงสุด คือ 11.66% (ราคาหุ้น+เงินปันผล) แต่หากซื้อหุ้นที่จ่ายปันผลปีละครั้งล่วงหน้า 1 เดือนครึ่ง ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD ผลตอบแทนจะลดลงเหลือ 9.43% และถ้าปล่อยให้เวลาเหลือแค่ 1 เดือน ผลตอบแทนสูงสุดที่จะได้รับจะลดลงเหลือ 6.37% และหากปล่อยเวลาให้เหลือเพียง 1 และ 2 สัปดาห์ก่อน XD จะได้รับผลตอบแทนสูงสุดเพียง 0.5% และ 2.31% ตามลำดับ
ด้าน หุ้นปันผลที่จ่ายปีละ 2 ครั้ง หากซื้อหุ้นดังกล่าวก่อนขึ้น XD ราว 2 เดือน จะได้รับผลตอบแทนสูงสุด ที่ระดับ 7.81% ส่วนซื้อก่อน 1 เดือน - 2 สัปดาห์ และ 1 สัปดาห์ ผลตอบแทนสูงสุดของจะเหลือเพียง 4.29% 2.25% และ 0.86% ตามลำดับ
ฟาก ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ระบุว่า หุ้นปันผลที่ดีควรให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ไม่ต่ำกว่า 4% ต่อปี หรือ อีกวิธีที่นักลงทุนสามารถนำมาคำนวณ Dividend Yield ที่เหมาะสมต่อปีได้ คือ การกำหนดว่าเงินปันผลไม่ควรต่ำกว่าระดับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยในปีนั้น ๆ บวกกับอัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เฉลี่ย 5 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่
เช่น อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 2.9%, อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 1.33%, ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เฉลี่ยของ 5 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อยู่ที่ระดับ 0.87% เมื่อรวมกันจะได้เท่ากับ 5.1% หมายความว่า เงินปันผลที่ควรจะได้รับในแต่ละปี คิดเป็น Dividend Yield ต้องไม่ต่ำกว่า 5.1%
ทั้งนี้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงสำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จาก IAA Consensus พบ 13 บริษัท ถูกนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะจ่ายเงินปันผลปี 2568 คิดเป็น Dividend Yield ตั้งแต่ 4 - 9% ประกอบด้วย
13 หุ้น จ่อแจกยีลด์ปันผลปี 68 สูง | |||
ชื่อย่อหุ้น | บล. | ปันผล (บ./หุ้น) | %ยีลด์** |
NER | ดาโอ | 0.39 | 9.00 |
พาย | 0.35 | 7.99 | |
อินโนเวสท์ฯ | 0.33 | 7.53 | |
หยวนต้า | 0.31 | 7.08 | |
กรุงศรี | 0.3 | 6.85 | |
SCB | พาย | 9.44 | 7.07 |
เอเซีย พลัส | 9.37 | 7.02 | |
กรุงศรี | 9.23 | 6.91 | |
หยวนต้า | 8.7 | 6.52 | |
บัวหลวง | 8.5 | 6.37 | |
BAM* | หยวนต้า | 0.53 | 6.97 |
ทิสโก้ | 0.52 | 6.84 | |
อินโนเวสท์ฯ | 0.5 | 6.58 | |
บัวหลวง | 0.4 | 5.26 | |
AP* | พาย | 0.57 | 6.63 |
กรุงศรี | 0.55 | 6.40 | |
ฟิลลิป | 0.51 | 5.93 | |
หยวนต้า | 0.5 | 5.81 | |
บัวหลวง | 0.5 | 5.81 | |
เคจีไอ | 0.4 | 4.65 | |
QH | เคจีไอ | 0.08 | 6.06 |
ทรีนีตี้ | 0.08 | 6.06 | |
หยวนต้า | 0.07 | 5.30 | |
กรุงศรี | 0.07 | 5.30 | |
ฟิลลิป | 0.06 | 4.55 | |
SAT | หยวนต้า | 0.81 | 5.70 |
อินโนเวสท์ฯ | 0.78 | 5.49 | |
กรุงศรี | 0.78 | 5.49 | |
ฟิลลิป | 0.76 | 5.35 | |
พาย | 0.7 | 4.93 | |
เมย์แบงก์ฯ | 0.69 | 4.86 | |
AU* | กรุงศรี | 0.26 | 5.68 |
เคจีไอ | 0.24 | 5.24 | |
อินโนเวสท์ฯ | 0.25 | 5.46 | |
โกลเบล็ก | 0.26 | 5.68 | |
TISCO | บัวหลวง | 5.8 | 5.45 |
กรุงศรี | 5.75 | 5.40 | |
พาย | 5.75 | 5.40 | |
เอเซีย พลัส | 5.75 | 5.40 | |
ทรีนีตี้ | 5.75 | 5.40 | |
หยวนต้า | 4.8 | 4.51 | |
SAPPE* | ดาโอ | 1.7 | 5.44 |
พาย | 1.56 | 4.99 | |
เมย์แบงก์ฯ | 1.43 | 4.58 | |
กรุงศรี | 1.38 | 4.42 | |
หยวนต้า | 1.37 | 4.38 | |
KTC* | เมย์แบงก์ฯ | 1.5 | 5.36 |
อินโนเวสท์ฯ | 1.48 | 5.29 | |
บัวหลวง | 1.4 | 5.00 | |
กรุงศรี | 1.34 | 4.79 | |
หยวนต้า | 1.34 | 4.79 | |
พาย | 1.33 | 4.75 | |
KBANK | หยวนต้า | 10.06 | 5.27 |
บียอนด์ | 10.24 | 5.36 | |
กรุงศรี | 10 | 5.24 | |
ดาโอ | 10 | 5.24 | |
เอเซีย พลัส | 9 | 4.71 | |
บัวหลวง | 8.5 | 4.45 | |
พาย | 7.99 | 4.18 | |
SIRI | เอเซีย พลัส | 0.07 | 5.19 |
ฟิลลิป | 0.07 | 5.19 | |
กรุงศรี | 0.07 | 5.19 | |
หยวนต้า | 0.06 | 4.44 | |
ICHI | เอเซีย พลัส | 0.55 | 4.44 |
พาย | 0.55 | 4.44 | |
หยวนต้า | 0.5 | 4.03 | |
หมายเหตุ : คาดการณ์เงินปันผลจากนักวิเคราะห์ โดยหักที่จ่ายระหว่างกาลไปแล้ว *จ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง **%ยีลด์ คำนวณจากราคาปิด 4 ธ.ค.68 | |||
13 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในดัชนี SET100 จำนวน 9 บริษัท ขณะที่บริษัทนอกดัชนี SET100 ติดโผ จำนวน 4 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์ ติดโผมากที่สุด จำนวน 3 บริษัท เท่ากัน รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และเงินทุนและหลักทรัพย์ ที่ติดโผจำนวน 2 บริษัท เท่ากัน
บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) เป็นบริษัทที่ถูกโบรกเกอร์คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 มากที่สุด โดยถูกคาดไว้ที่ 0.30 - 0.39 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 6.85 - 9% ขณะที่ ช่วงผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2568 ทาง NER จ่ายเงินปันผลงวดดังกล่าวที่อัตรา 0.05 บาท/หุ้น อีกด้วย
รองลงมา คือ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ที่ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 8.50 - 9.44 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 6.37 - 7.07% ขณะที่ ช่วงผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2568 ทาง SCB จ่ายเงินปันผลงวดดังกล่าวที่อัตรา 2 บาท/หุ้น อีกด้วย
ขณะที่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) เป็นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 1 ครั้ง ถูกคาดให้ Dividend Yield สูงสุด หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 0.40 - 0.53 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงระดับ 5.26 - 6.97%
ด้าน บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP ถูกโบรกเกอร์คาดการณ์ว่าจะจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ที่อัตรา 0.40 - 0.57 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.65 - 6.63%
ทั้งนี้ มีอีก 8 บริษัท ที่ถูกนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 จะจ่ายเงินปันผลคิดเป็น Dividend Yield มากกว่า 5% ประกอบด้วย บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ที่ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 0.06 - 0.08 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.55 - 6.06%
ฟาก บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 0.69 - 0.81 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.86 - 5.70%, บมจ.อาฟเตอร์ ยู (AU) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 0.24 - 0.26 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 5.24 - 5.68%
ขณะที่ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 4.80 - 5.80 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.51 - 5.45%, บมจ.เซ็ปเป้ (SAPPE) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 1.30 - 1.70 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.38 - 5.44%
ต่อด้วย บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 1.33 - 1.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.75 - 5.36%, ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 7.99 - 10.06 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.18 - 5.27%
ปิดท้ายด้วย บมจ.แสนสิริ (SIRI) ที่ถูกคาดจ่ายเงินปันผลอัตรา 0.06 - 0.07 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.44 - 5.19%